
เทือกโยนตั้ง"วิเชียร"อำนาจนายกฯ
สุเทพ โยนตั้งรักษาการผบ.ตร. เป็นอำนาจนายกฯ ระบุ ไม่มีอำนาจจัดการ ยันเหตุไม่ตั้งเพรียวพันธุ์ไม่เกี่ยวการเป็นญาติทักษิณ ชี้ พร้อมรับฟังปัญหาแต่งตั้งไม่เป็นธรรม เผย ใครมีหลักฐานให้ส่งตรงมาได้เลยพร้อมจัดการทันที
(7ส.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วันนี้ (7 ส.ค.) ว่า คงพูดก่อนไม่ได้ว่าจะมีการคุยเรื่องอะไรกันบ้าง เนื่องจากต้องให้เกียรติกรรมการทุกคน ที่มีทั้งผู้ใหญ่ อัยการสูงสุด ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รอง ผบ.ตร. อดีตรมว.มหาดไทยที่อยู่ใน ก.ตร. เป็นต้น เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ จำนวน 152 นายด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่ามีการบรรจุเรื่องบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายไว้ในวาระการประชุมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อเท็จจริงเรื่องการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อ สามารถทำได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องให้ผู้รู้ใน ก.ตร.พูดคุยกัน เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.ออกมาแถลงข่าวเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีการแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร. นายสุเทพ กล่าวว่า การแต่งตั้งเป็นธรรมดาที่อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใครบ้าง ทุกอย่างทำไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งระเบียบในการพิจารณาก็ต้องสอดคล้องกับหลักกฎหมาย
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร.ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการขัดต่อประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติ นายสุเทพ ย้อนถามว่า ตกลงจะเอาอะไรกันแน่ จะเอาเรื่องธรรมเนียม เรื่องกฎหมาย หรือจะเอาความชอบส่วนตัวเข้ามาพิจารณา ตนขอชี้แจงว่าการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ถ้าเป็นตำรวจระดับนายพล ก็เป็นอำนาจการพิจารณาของ ก.ตร. แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งตำแหน่งระดับผู้บัญชาการนั้น เป็นอำนาจของ กตช. ที่จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งตนเป็นเพียงแค่กรรมการใน ก.ตร. ส่วน กตช.นั้นมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเวลาจะแต่งตั้งผู้บัญชาการตามกฎหมายแล้ว กตช.จะเลือกเอา พล.ต.อ.คนใดคนหนึ่งขึ้นมาเป็นก็ได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจ แต่แค่เป็นการตั้งรักษาการ ดังนั้นจึงถือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กตช.ที่จะพิจารณาได้เลย และเมื่อนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งรักษษการแล้วก็จะแจ้งให้ ก.ตร. และ กตช.ทราบ จึงถือว่าขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการไปนั้น ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ระบุว่าที่ไม่รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นรักษาการ ผบ.ตร. เพราะเป็นญาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจำได้ว่าสมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย ก็ได้แต่งตั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่นายชวนทราบดีว่านายสมชายเป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ กฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่าถ้าญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วจะเป็น ผบ.ตร.ไม่ได้ และกฎหมายก็ไม่ได้บังคับว่าต้องตั้งญาติ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น ผบ.ตร.อย่างเดียว
เมื่อถามว่าแต่สถานการณ์การเมืองเกี่ยวกับกระแสของ พ.ต.ท.ทักษิณในขณะนั้นกับตอนนี้แตกต่างกัน นายสุเทพ กล่าวว่า “คุณจะไปเอาช่วงเวลามาพูดไม่ได้ เราไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น และที่ผมพูดถึงเรื่องนายสมชาย เพราะรู้ดี วันนี้ไปเรียกนายสมชายให้มาคุยกับผมก็ได้ เพราะนายสมชายเป็นคนมาคุยกับผมเอง” เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ระบุว่าโดนการเมืองกลั่นแกล้ง โดนข้ามหัวไม่ให้ได้ทำหน้าที่รักษาการ ผบ.ตร. มาแล้วถึง 2 ครั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รอง ผบ.ตร. ก็เคยทำหน้าที่รักษาการเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาไปตามเหตุผล การที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์จะออกมาขอความเป็นธรรมนั้น ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะขอตำแหน่งคงลำบาก เพราะการพิจารณาตำแหน่งขึ้นอยู่กับ กตช.จะพิจารณา ถ้า พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้อธิบายเหตุผลมาได้ รัฐบาลพร้อมจะรับฟังและพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าในการพิจารณารายชื่อนั้นมีการซื้อขายตำแหน่ง นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าใครมีข้อมูลที่ตนเชื่อถือได้ ก็พร้อมที่จะดำเนินคดี เพราะตนก็อยากที่จะสะสางปัญหานี้เช่นเดียวกัน แต่อยากจะบอกว่าเวลาคนที่มีปัญหากัน ก็จะพูดจะลือกันไปเรื่อย ซึ่งตนคงไม่สามารถไปทำอะไรได้ เนื่องจากการจะไปกล่าวหาใครนั้น ต้องมีข้อมูลหลักฐานที่เพียงพอ เรื่องนี้ยืนยันว่าตนพยายามติดตามอยู่ตลอด ตนทำงานมา 6-7 เดือน คิดว่านายตำรวจทั้งหลายที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถมาบอกให้ตนฟังได้ ใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและเห็นว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ก็ให้มาบอก ตนจะช่วยดูแล เพราะในชีวิตตนจะดูถูกที่สุดสำหรับคนที่ไปรีดไถกับข้าราชการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเวลาเลื่อนยศ ตำแหน่ง และเงินเดือน กลับจะต้องมาเสียเงินอีก ถือว่าเป็นความชั่วร้ายที่สุด ซึ่งตนไม่เห็นด้วยและจะต่อต้าน แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ใช้อารมณ์ หรือความไม่ชอบส่วนตัวไปกล่าวหาใคร



