ข่าว

กกต. เตรียมจัดเวทีดีเบท ร่างรธน. 10 วัน 10 ชั่วโมง

กกต. เตรียมจัดเวทีดีเบท ร่างรธน. 10 วัน 10 ชั่วโมง

18 ก.ค. 2559

กกต. เตรียมจัดเวทีดีเบท ร่างรธน.ผ่าน ทีวี เปิดโอกาสปชช.-นักวิชาการ-ฝ่ายเห็นต่างร่วมถก พร้อมเร่งตีพิมพ์ร่างรธน.ลงหนังสือพิมพ์ 8 ฉบับ ช่วงโค้งสุดท้าย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการประสานกับสถานีโทรทัศน์เพื่อจัดเวทีถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับเห็นต่างถกเนื้อหาช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการทำประชามติ 7 ส.ค.นี้ ว่า ตนได้หารือกับสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอสแล้ว  ว่าจะมีการจัดรายการถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  และเผยแพร่ระหว่างเวลา 13.00 น. – 14.00 น.  เป็นเวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน  รวม 10 ครั้งใน 10 วันระหว่างวันที่ 25 ก.ค. จนถึงวันที่ 5 ส.ค.นี้
 
    นายสมชัย กล่าวต่อว่า การจัดเวทีถกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทางสถานีโทรทัศน์นั้น กกต. เป็นผู้กำหนดประเด็นเนื้อหาทั้งหมด 10 หัวข้อ  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหากระทบความเป็นอยู่ใกล้ตัวเกี่ยวกับสิทธิที่ประชาชนมีความห่วงใย  และมีการปล่อยข่าวให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดมาตลอด  เช่น บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค  เบี้ยผู้สูงวัย การศึกษาฟรี 12 ปี  การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ  สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการรักษาอธิปไตยของชาติ  และอาจมีประเด็นการเมืองที่เป็นที่สนใจ  เช่น ที่มานายกฯ เป็นต้น
 
    "เราจะให้มีกลุ่มนักวิชาการจากเครือข่าย ไอลอว์  กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มาร่วมเวทีในฐานะที่เป็นผู้เสนอขอให้มีเวทีพูดคุยอย่างเสรี จำรนวน 4 ครั้ง เชิญกลุ่มตัวแทนภาคประชาชนทั่วไปอีก 6 ครั้ง  และจะพยายามเชิญตัวแทนจาก กรธ. มาร่วมถกปัญหา  ภายใต้บรรยากาศของการพูดคุยกันที่เป็นสาระ  ไม่มีการใช้สำนวนตีรวน  เอาชนะ ปลุกระดมหรือเอาแต่ความสนุกสนาน  แต่เป็นสุภาพชนในฐานะที่แสดงความห่วงใยต่อเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ  โดยจะมีการควบคุมไม่ให้เกิดสภาพฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นเสียงข้างมากรุมอีกฝ่าย  และจะเป็นการบันทึกเทปเพื่อเพื่อแพร่ไม่ใช่รายการสดแต่อย่างใด"นายสมชัย กล่าว
 
    ด้านนายธนิศร์  ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีการตีพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย ว่า เราจะเริ่มทะยอยตีพิมพ์ตั้งแต่ 21 ก.ค. เป็นต้นไป  เบื้องต้น กกต. ได้เตรียมวงเงิน ค่าใช้จ่าย 10 ล้านบาท  สำหรับการซื้อเนื้อที่หนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย 8 ฉบับ  ได้แก่ เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน แนวหน้า คมชัดลึก ฯลฯ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์คอการเมืองที่มียอดพิมพ์รวมต่อวันราว 5 ล้านฉบับ  และจะขออนุมัติตามมาอีก 2 ฉบับได้แก่ ไทยโพสต์ และโพสต์ทูเดย์  โดยจะตีพิมพ์ฉบับละ 1 วันไล่กันไป  พิมพ์เพิ่มเป็น 8 หน้า  หรือเพิ่ม 2 คู่กระดาษ  เพิ่มเติมจากจำนวนหน้ากระดาษปกติ  และกำหนดว่าต้องใช้ขนาดตัวอักษรที่ไม่เล็กกว่าขนาดตัวอักษรในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ๆ และหากมีพื้นที่เหลือก็จะตีพิมพ์ลิงค์เวปไซด์อื่นๆ ของ กกต. ที่จะให้ความรู้และเชิญชวนไปออกเสียงประชามติ
  
    "เจตนาของ กกต. คือต้องการเผยแพร่ให้มากที่สุด  ด้วยค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าที่สุด  ซึ่งตกแล้วฉบับละไม่เกิน 2 บาท  ถูกกว่าหาก กกต. จัดพิมพ์และเผยแพร่เอง"  นายธนิศร์ กล่าว
  
    ผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย  เพื่อให้ชาวต่างชาติ  องค์กรต่างชาติ  และทูตต่างชาติในประเทศไทยมีโอกาสเข้าใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ นายธนิศร์ กล่าวว่า กกต.มีแนวคิดอย่างนั้นเหมือนกัน  แต่ติดขัดที่ไม่มีหน่วยงานที่แปล แล้ว กรธ. ให้การรับรองว่าถูกต้องอย่างเป็นทางการ  เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดในการเผยแพร่มันเกิดกว่าที่ กกต. จะรับผิดชอบได้