ข่าว

รายการคม-ชัด-ลึกตอน-6เดือนรัฐบาลสอบผ่านหรือสอบตก ?

รายการคม-ชัด-ลึกตอน-6เดือนรัฐบาลสอบผ่านหรือสอบตก ?

07 ส.ค. 2552

รายการ คม ชัด ลึก วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2552 เสนอตอน : 6 เดือนรัฐบาล สอบผ่านหรือสอบตก ? นำเสนอมุมมองหลากหลายจากทั้งคนในรัฐบาล นักวิชาการอิสระ และนักธุรกิจท่องเที่ยวว่า ให้คะแนนรัฐบาลชุดนี้อย่างไร

ติดหล่ม 3 เดือนแรก-เดินหน้าลงทุนกับอนาคต

 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเข้ามาทำงานท่ามกลางวิกฤติ 2 เรื่อง คือ ความขัดแย้งทางการเมือง และวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ 3 เดือนแรกที่นายกฯ แทบเอาตัวไม่รอด

 อย่างไรก็ตาม หลังผ่านพ้น 3 เดือนแรกไป สถานการณ์ก็ดีขึ้นมากในแง่ความรุนแรง การปะทะกันของเสื้อหลายสีก็หยุดลงแทบหมดเพราะเราให้ประท้วงได้ แต่ถ้าพกพาอาวุธ ปิดบ้านเผาเมือง เราจะไม่ยอมอีกแล้ว

 3 เดือนต่อมาเป็นเรื่องการจัดระบบการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากนี้เมื่อ พ.ร.ก.-พ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท และพันธบัตร มีผลบังคับใช้ก็จะเน้นลงทุนกับอนาคต เช่น ยกระดับสถานีอนามัย และโรงเรียน เป็นต้น

 ทั้งนี้ รัฐบาลยอมรับในเสียงวิจารณ์ และผลโพลล์ที่ออกมาได้คะแนนผ่านเฉียดฉิว ขณะที่นโยบายเร่งด่วน เช่น การแจกเงิน 2,000 บาท เบี้ยยังชีพ อสม.-ผู้สูงอายุ ต้นกล้าอาชีพ ฯลฯ ประชาชนก็พึงพอใจมาก ส่วนเรื่องสินเชื่อของผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็จะเร่งรัดแบงก์ต่อไป

 เมื่อถามถึงการเปิดให้ประชาชนถอนชื่อการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา และคัดค้านการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาให้อดีตนายกฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง และอาจกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลนั้นรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่แสดงออกได้ แต่ต้องไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า

เสริมการแข่งขัน-บาทอ่อน-เร่งปล่อยสินเชื่อ

 รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมือง ให้คะแนนรัฐบาลถึง 7 คะแนน ซึ่งสูงกว่าผลโพลล์ โดยระบุว่า สาเหตุที่ให้คะแนนมากขนาดนี้ เพราะคิดว่ารัฐบาลทำในสิ่งที่สมควรทำแล้วในภาวะการเมือง และเศรษฐกิจโลกตกต่ำเช่นนี้

 อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 3 สิ่งเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข คือ

 1.การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะเรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงต้องมีการปรับโครงสร้างทางด้านอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งถ้าไม่ทำตรงนี้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะปรับตัวไม่ได้

 2.เร่งเสริมสภาพคล่องด้วยการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งรัฐบาลควรใช้ธนาคารของรัฐเอาเงินทุนมาปล่อย หรือตั้งเป็นกองทุนปล่อยเป็นสินเชื่อให้แก่กลุ่มคนได้รับผลกระทบ

 3.อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา แม้ไม่ควรกำหนดตายตัวไว้ที่เท่าใด แต่ก็ควรจะอ่อนลงมาบ้าง ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นการส่งออกได้

 สำหรับสิ่งที่เป็นห่วงจริงๆ คือ เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง แม้ไตรมาส 2 จะเริ่มคลี่คลาย แต่จะเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้งในปลายปี เพราะช่วงนี้เป็นการพักรบเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลต้องบริหารความขัดแย้งด้วยดุลยภาพที่ดี อย่านำความขัดแย้งไปสู่การเผชิญหน้า

ถ้าอยากให้ท่องเที่ยวอยู่รอด ต้องรีบปล่อยสินเชื่อ

 มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ ไม่ประสงค์ที่จะให้คะแนนรัฐบาล โดยระบุว่า พอใจในมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ที่มีการฝึกอบรมพนักงาน และให้เงินเดือน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างมาก

 แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้วตอนนี้กำลังประสบปัญหาเรื่อง "สภาพคล่อง" มาก แม้รัฐบาลจะอนุมัติให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการแล้ว แต่ทุกวันนี้ธนาคารยังปล่อยสินเชื่อน้อยมาก หากยังเป็นเช่นนี้อีกไปจนถึงปลายปี ผู้ประกอบการคงไปไม่รอด

 สำหรับปัจจัยที่ฉุดการท่องเที่ยวจริงๆ อันดับ 1 คือ ความขัดแย้งภายในประเทศ รองลงมา คือ เศรษฐกิจโลก และไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งทุกวันนี้นักท่องเที่ยวขาประจำมักจะถามอยู่เสมอว่า เมื่อไรที่สถานการณ์บ้านเมืองถึงจะสงบเสียที