
ค้าน(ร่าง)พ.ร.บ.คุมฆ่าสัตว์ฯ มหันตภัยอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทย
โดย - ดลมนัส กาเจ
ในที่สุด (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจําหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.... เสนอโดยคณะรัฐมนตรีที่อยู่ในชั้นพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลายเป็นประเด็นร้อน เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่รายย่อย และ 9 สมาคมสัตว์ปีก ต่างออกมาคัดค้าน โดยเฉพาะในส่วนที่มีการกำหนดค่าอากรการฆ่าสัตว์ปีกตัวละ 2 บาท และธรรมเนียมการรับรองให้จำหน่ายเนื้อไก่อีกตัวละ 2 บาท เนื่องจากจะทำให้เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้เลี้ยงไก่เนื้อและจะส่งผลถึงความหายนะในวงการอุตสาหกรรมไก่เนื้อเพื่อส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่า 40 ปีอีกด้วย
แม้ในช่วงที่เกิดไข้หวัดนกในปี 2547 การส่งออกไก่ที่เคยส่งออกได้ 5.4 แสนตัน ลดเหลือเพียง 2 แสนตัน หรือร้อยละ 40 ก็ตาม แต่หลังจากสหภาพยุโรป หรืออียู อนุญาตให้ส่งออกไก่สดแช่เย็น แช่แข็งได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเนื้อไก่ในปี 2555 เพิ่มมาเป็น 5.2 แสนตัน ล่าสุดในปี 2558 สามารถส่งออกได้รวม 6.81 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 8.9 หมื่นล้านบาท สำหรับในปี 2559 คาดว่าจะสามารถส่งออกเนื้อไก่ได้รวมกว่า 7 แสนตัน และมีมูลค่า 9.1 หมื่นล้าน-1 แสนล้านบาท ขณะที่การส่งออกเป็ดในปี 2558 ได้ 9,600 ตัน มูลค่า 2,200 ล้านบาท โดยคาดว่าปีนี้จะส่งออกได้ 9,800 ตัน และมีมูลค่า 2,250 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่รายย่อย และ 9 สมาคมสัตว์ปีก ทั้งนี้ 9 สมาคมผู้ผลิตสัตว์ปีกประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เพื่อการส่งออก สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สมาคมผู้เลี้ยงเป็ดเพื่อการค้าและการส่งออก สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ สมาคมผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย มีการเดินสายยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และล่าสุดยื่นต่อประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อคัดค้าน (ร่าง) พ.ร.บ.ดังกล่าว
นายวีระพงษ์ ปัญจวัฒนกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันมีไก่เนื้อที่เข้าสู่กระบวนการโรงงานฆ่าสัตว์สัปดาห์ 30 ล้านตัว หรือปีละ 1,500 ล้านตัว หากมีการเก็บค่าอากรการฆ่าสัตว์ปีกตัวละ 2 บาท และธรรมเนียมรับรองให้จำหน่ายเนื้อไก่อีกตัวละ 2 บาท จะทำให้เกษตรกรต้องเพิ่มทุนการเลี้ยงตัวละ 4 บาท คิดเป็นต้นทุนจำนวนมหาศาล และสิ่งที่ตามมาต้นทุนการส่งออกไก่เนื้อไทยไปต่างประเทศจะสูงขึ้นตามมาด้วย ถือเป็นการสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน และสร้างความเสียหายแก่เกษตรผู้เลี้ยงไก่เนื้ออย่างแน่นอน
กระนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ 9 สมาคมผู้ผลิตสัตว์ปีกไปยื่นหนังสือคัดค้าน ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องเข้ายื่นหนังสือต่อสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อให้ช่วยกระทุ้งอีกแรง ก่อนที่อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศจะล่มสลาย เนื่องจากปริมาณไก่เนื้อที่เข้าโรงฆ่าต่อปีนั้นมีมาก เท่ากับต้นทุนที่มากขึ้นถึง 6,000 ล้านบาท กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสามารถการแข่งขันของไทยในตลาดโลก อาจทำให้ไทยต้องหลุดจากการเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์อันดับ 4 ของโลกได้ และนำเงินตราเข้ามาพัฒนาประเทศปีละกว่า 9 หมื่นล้านบาท
“ลองมานึกดู หากเก็บจากโรงเชือดไก่ตัวละ 2 บาท ทางโรงเชือดต้องไปกดที่เกษตรกรผู้เลี้ยง และผู้บริโภค ต่อไปวงการเลี้ยงไก่เนื้อของไทยปั่นป่วนแน่นอน ขณะที่โคมีน้ำหนัก 400-500 กก. เก็บเพียง 20 บาท สุกรตัวเป็นร้อยกิโลกรัมเก็บ 15 บาท แต่ไก่เป็ด ห่าน ตัวละ 2-4 กก. กลับเก็บ 2 บาท เท่ากับเพิ่มทุนทันที 2.2% ฉะนั้นควรที่จะเก็บในอัตราเดิมคือ ตัวละ 10 สตางค์ ก็พอแล้ว” นายวีระพงษ์ กล่าว
นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ กล่าวอีกว่า การเก็บค่าอากรฆ่าสัตว์ตัวละ 2 บาท ไม่เพียงจะเพิ่มภาระให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภคอย่างเดียว จะกระทบต่อกิจการที่เป็นห่วงโซ่การผลิต เป็นโลคัล คอนเทนท์ หรือเป็นธุรกิจต่อเนื่องภายในประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ คนงานโรงงานแปรรูป สัตวบาล สัตวแพทย์ ผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์ ด้านการขนส่ง ล้วนแต่เป็นธุรกิจในประเทศของคนไทยแทบทั้งสิ้น หาก พ.ร.บ.นี้ผ่านการพิจารณาและบังคับใช้จริง อุตสาหกรรมไก่ของไทยอาจถึงคราวล่มสลายแน่นอน และจะกระทบไปถึงธุรกิจต่อเนื่องทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายสาขาอาชีพที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 2 ล้านคนอีกด้วย
ด้าน นางถวิลย์ อภิเดชธนารักษ์ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อรายย่อย จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เกษตรกรมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับ (ร่าง) พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ ที่จะให้เก็บอากรการฆ่าไก่และค่าธรรมเนียมการรับรองให้จำหน่ายเนื้อไก่ตัวละ 2 บาท เกิดเป็นภาระต้นทุนที่เกษตรกรต้องแบกรับกันเป็นทอดๆ จากผู้ซื้อ ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาไก่เนื้อก็ตกต่ำอยู่แล้ว หากต้องจ่ายค่าอากรอีกเกษตรกรก็จะมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนมากยิ่งขึ้น เพราะไก่เป็นสินค้าอ่อนไหวราคาค่อนข้างผันผวน บางปีพอมีกำไร บางปีขาดทุน หากมีการเก็บเพิ่มยิ่งจะขาดทุนมากขึ้น ซึ่งสภาพความเป็นจริงเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องกู้เงินมาลงทุนเลี้ยงไก่ ถ้าขาดทุนสะสมอีกก็คงต้องเลิกอาชีพนี้ไป
ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการที่ได้พิจารณาการร้องเรียนของตัวแทนผู้เลี้ยงไก่รายย่อย และ 9 สมาคมด้านปศุสัตว์ มีเหตุผล และเล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรเลี้ยงไก่ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไก่เนื้อทั้งระบบ แม้ว่า (ร่าง) พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ รัฐมีเจตนารมณ์ที่ดี ต้องการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค แต่ประเด็นที่มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ จึงขอเสนอให้พิจารณายกเลิกในส่วนนี้ ส่วนภาพรวมของ (ร่าง) พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์ฯ ทางหอการค้าฯ และ 9 สมาคม ยังสนับสนุนเหมือนเดิม
นับเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวจะต้องพิจารณา แม้เจตนาที่ต้องการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค แต่อย่างน้อยต้องมองภาพรวมที่จะกระทบด้วย



