
ไกล่เกลี่ยสำเร็จ!เงินเยียวยา'บ่อขยะแพรกษา'
เจ้าของบ่อขยะยอมจ่ายเงินชดเชยชาวบ้านที่รับผลกระทบไฟไหม้ 1300 คน หลังชาวบ้านฟ้องศาล
วันที่ 16 ก.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อช่วงสายของวันนี้ ที่อาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะของบริษัท ตั่งเด่นชัย ซึ่งตั้งอยู่ในซอยแพรกษา 8 หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมา ได้ทยอยเดินทางเข้ามาลงทะเบียนรับค่าเยียวยาจากตัวแทนของบริษัท ตั่งเด่นชัย เจ้าของบ่อขยะ หลังจากที่ชาวบ้านได้มีการรวมตัวกันต่อต้านบ่อขยะแพรกษา หลังยื่นฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อให้เกิดการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะอย่างรุนแรง ในปี 2557 โดยศาลได้มีการพิจารณาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้อง จนนำมาสู่ที่ข้อตกลงที่ทางฝ่ายผู้ถูกฟ้องคือบริษัท ตั่งเด่นชัย เจ้าของบริษัทบ่อขยะแพรกษา ยินยอมจ่ายเงินค่าเยียวยาให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรายละ 3 พันบาท จำนวน 1,300 คน
โดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบได้เดินทางมารับค่าชดเชยในวันนี้ กล่าวว่า ค่าชดเชยดังกล่าวอาจไม่มากนัก หากเทียบกับผลกระทบที่ได้รับ ทั้งด้านสุขภาพอนามัย สุขภาพจิต และความเสียหายทางเศรษฐกิจในความเป็นอยู่ที่ลำบากในตอนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านพึงพอใจ คือ บริษัทเจ้าของบ่อขยะรับปากจะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยรอบบ่อขยะ ให้ชาวบ้านได้อยู่อย่างปลอดภัย ประกอบกับมีการตั้งคณะทำงานฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ กรมน้ำบาดาล กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิบูรณ์นิเวช นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม และบริษัทเจ้าของบ่อขยะ ตลอดจนตัวแทนชาวบ้านร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟู จึงถือเป็นความหวังของชาวบ้านที่อยากให้เร่งฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม
ด้านนายศิลา ทองคำ ที่ปรึกษาเครือข่ายต่อต้านบ่อขยะแพรกษา กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษาเมื่อปี 2557 ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความเพื่อให้ช่วยเหลือในทางคดี สภาทนายความได้ส่งทีมทนายความสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ดูปัญหาที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ หลังจากนั้นได้มีการแต่งตั้งทนายความยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของบ่อขยะ รวมทั้ง อบต.แพรกษา เป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง คดีสิ่งแวดล้อม ในคำฟ้องมีอยู่ 2 ประเด็น
โดยประเด็นแรกขอให้มีการชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบรายละ 1 แสนบาท ประเด็นที่สองขอให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันบำบัดฟื้นฟูบ่อขยะแพรกษาให้เป็นไปตามกฎของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งศาลแพ่งได้รับฟ้องเอาไว้ จนในที่สุดศาลได้มีการไกลเกลี่ยให้โจทก์และจำเลยได้มีการพูดคุยกัน เพื่อจะได้ไม่มีการต่อสู้กันเรื่องคดีให้ยืดยาว จนสามารถหาข้อยุติได้ โดยบริษัทเจ้าของบ่อขยะยอมจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบรายละ 3 พันบาท ให้ผู้ได้รับผลกระทบ 1,300 ราย ในวันนี้ โดยมีสภาทนายความ กลุ่มเครือข่ายต่อต้านขยะแพรกษา และมูลนิธิบูรณะนิเวศ เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
นายสุวิทย์ เชยอุบล อุปนายกฝ่ายปฎิบัติการ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการวางแนวทางในการแก้ไขฟื้นฟูซึ่งต้องรอประชุมกันอีกครั้งหนึ่งระหว่างนักวิชาการเจ้าของบ่อขยะ และทีมงานของสภาทนายความ แต่ที่เห็นชัดเจนหลังจากที่เกิดไฟไหม้ บ่อขยะดังกล่าวได้มีการปิดตัวลงอย่างถาวรไม่มีการนำขยะเข้ามาทิ้งอีกแต่อย่างใด แต่ปัญหาที่ประสบอยู่ในขณะนี้คือเรื่องขยะเดิมที่นำมาทิ้งมีสารพิษหรือไม่ ขณะนี้นักวิชาการกำลังนำเอาไปตรวจวิเคราะห์ ถ้ามีสารเคมีก็จะต้องหาวิธีที่จะฟื้นฟู ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบขยะของเก่าที่มีอยู่จะเป็นอันตรายต่อชาวบ้านหรือไม่



