
หลักฐานใหม่'นางไก่'มาคลินิกเศรษฐีนีรักษาตัว
พบหลักฐานใหม่นางไก่มาคลินิกเศรษฐีนีอุดรรักษาตัว แต่ไม่แสดงตัวเป็นญาติ
จากกรณีที่ นางมณตา หยกวิริยะกุล หรือ หญิงไก่ หรือ นางไก่ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาในคดีความผิด ม.112 และอีกหลายคดี เข้ามาเกี่ยวพันกับนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐีนี ในจังหวัดอุดรธานี ในการโอนที่ดินมูลค่าหลายล้านบาท และการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ
นพ.อุดม แพะเจริญชัย เจ้าของคลินิกหมออุดม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ให้การรักษา เล่าว่า นางฉวีวรรณ ได้เข้ามารักษาตัวที่คลินิกเมื่อวันที่ 3 ส.ค.46 ด้วยอาการตาเหลืองระดับเกือบสูงสุด และปวดท้อง เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นโรคตับ และหลังจากตรวจโดยละเอียด พบนิ่ว 3 เม็ดในถุงน้ำดี ในตับมีจุดดำ 4 จุด ข้างซ้าย 1 จุด ข้างขวา 3 จุด สรุปว่าเป็นมะเร็งตับระยะกลาง ตาเหลืองระดับ 3 บวก และได้รักษาตามขั้นตอน จ่ายยาตามอาการพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาตนเอง
จากการพูดคุย นางฉวีวรรณเป็นหญิงสูงอายุใจดี แต่ไม่ได้สอบถามว่าเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากคลินิกมีคนไข้เข้ามารักษาตัวอยู่ตลอด แต่ระบุในทะเบียนคนไข้ มีภูมิลำเนาที่ จ.อุดรธานี หลังจากนั้นนางฉวีวรรณได้เข้ามารักษาตัวที่คลินิกเป็นระยะๆ รวม 16 ครั้ง แต่ละครั้งจะมาคนเดียวและนั่งรถโดยสารประจำทางสายสกลนคร-อุดรธานี มาลงที่หน้าคลินิก หากวันไหนการตรวจรักษาช้าจนรถโดยสารหมด หรือนางฉวีวรรณมีอาการอ่อนเพลียมากจะขอนอนที่คลินิก และกลับในวันถัดไป ซึ่งทุกครั้งไม่มีญาติมาดูแลแต่อย่างใด
จนกระทั่งวันที่ 28 พ.ย.46 นางฉวีวรรณได้เข้ามารับการรักษาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีสีหน้าไม่มีความสุข และดูมีความกังวล พร้อมบอกกับหมอว่าจะขออยู่ที่นี่จนกว่าจะตายจากกัน ถ้าตายให้ช่วยทำศพด้วย และอ้อนวอนขอพักนอนที่คลินิก ซึ่งตนเองก็ไม่ได้คิดอะไร ด้วยนิสัยเป็นคนใจอ่อน อีกทั้งที่คลินิกมีห้องว่างจึงให้พักอยู่โดยไม่ได้คิดอะไร และในวันที่ 2 ธ.ค. นางฉวีวรรณก็เสียชีวิตลง ซึ่งเจ้าหน้าที่คลินิกได้พยายามติดต่อหาญาติผู้ตาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้
จึงเป็นหน้าที่ของคลินิกในการติดต่อวัด ทำพิธีตั้งศพและสวดอภิธรรม โดยทำหนังสือไปถึงเจ้าอาวาสวัดป่าศรีสว่าง เขตเทศบาลตำบลสว่างแดนดิน ขอทำพิธี 3 วันและทำพิธีฌาปณกิจ วันที่ 4 ธ.ค. แต่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ได้มีผู้หญิงลักษณะแต่งกายดี พูดจาไพเราะ เป็นผู้ดี ทราบต่อมาคือ นางสุชาดา หยกวิริยะกุล มาแสดงตัวเป็นญาติ และขอบคุณหมออุดม ที่ช่วยดูแลรักษานางฉวีวรรณจนวาระสุดท้าย ซึ่งหมออุดม กล่าวว่า เป็นหน้าที่ และไม่คิดอะไร เมื่อมีญาติมาดูแลงานศพ จึงไม่ได้ติดต่ออะไรอีก รวมถึงการไปแจ้งใบมรณะบัตรต่างๆ
นายแพทย์อุดม กล่าวว่า วันที่ 27 พ.ย. ก่อนที่นางฉวีวรรณ ได้เข้ามาพักรักษาตัวครั้งสุดท้าย นางสุชาดา หรือนางไก่ ที่แสดงตัวเป็นญาตินางฉวีวรรณ ในงานศพ ได้เข้ามาตรวจรักษาอาการหลอดลมอักเสบ โดยใช้ชื่อในทะเบียนคนไข้ คือนางสุชาดา หยกวิริยะกุล อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 9/19 ถนนพหลโยธิน ซอย 14 บางเขน จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยหมออุดม ได้ทำการรักษาและให้ยาไปรับประทาน แต่นางสุชาดา หรือ นางไก่ ก็ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นญาติของนางฉวีวรรณ แต่อย่างใด
ก่อนที่นางฉวีวรรณ จะมาตรวจรักษาครั้งสุดท้าย และบอกกับหมออุดมว่าจะขอตายที่นี่ ไม่ไปไหนอีกแล้ว และหมออุดมได้เจอนางไก่อีกครั้งในวันที่ 3 ธ.ค.46 ก่อนพิธีฌาปนกิจศพ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่า ระหว่างที่นางฉวีวรรณ เข้ารับการรักษาครั้งสุดท้าย นางไก่ น่าจะยังอยู่ในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน และดำเนินการเรื่องของการแจ้งตาย ทั้งๆ ที่นางฉวีวรรณบอกว่าไม่มีญาติที่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มาสอบถามและตนเองให้ข้อมูลเพิ่มเติมไปแล้ว



