
ปิด'เขื่อนลำตะคอง'หวั่นเหมือน'มอปลาย่าง'
ปิดเขื่อนลำตะคองห้ามเข้าทำประโยชน์ หลังพบชาวบ้านบุกรุกสร้างเพิง หวั่นเหมือนมอปลาย่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ได้มีการแชร์ในโลกโซเชียลถึงเรื่อง การปิดเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ไม่ให้ประชาชนเข้าไปภายในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง โดยเฉพาะบริเวณอ่างเก็บน้ำของตัวเขื่อน ที่มีถนนมิตรภาพสายเก่าผ่านตั้งแต่บริเวณหมู่บ้านท่างอยซอย 9 หมู่ 13 ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ. นครราชสีมา โดยห้ามรถยนต์ทุกชนิด ห้ามผู้ใดบุกรุก ห้ามปลูกสร้าง ห้ามเพาะปลูกพืช ห้ามขายสินค้า เลี้ยงสัตว์ ล้างรถ เพื่อป้องกันการบุกรุกและแก้ไขปัญหาการทิ้งขยะ ในเขตอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง นั้น
ล่าสุดวันที่ 16 ก.ค. นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ทางเขื่อนลำตะคอง จำเป็นต้องปิดและประกาศไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง นั้น เป็นไปตามมติในที่ประชุม โดยมีนายอำเภอปากช่องเป็นประธาน ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำตะคอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมติให้มีมาตรการในการเข้มงวดกับผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่เขตอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง เนื่องจากพบว่ามีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคอง มีประชาชนจำนวนมากเริ่มเข้าไปสร้างเพิงที่พักอาศัย อีกทั้งยังพบว่ามีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปขายของในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ และมีการทิ้งขยะมูลฝอยจำนวนมาก
ดังนั้น จึงต้องการให้ทางเขื่อนลำตะคองซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มีมาตรการในการเข้มงวดกับผู้ที่จะเข้าไปในอ่างเก็บน้ำและใช้เส้นทางถนนมิตรภาพสายเก่า เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ของเขื่อนลำตะคอง จนก่อให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายมอปลาย่างเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้มีขยะมูลฝอยในอ่างเก็บน้ำ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำในการนำไปอุปโภคบริโภค เขื่อนลำตะคองจึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวด โดยสั่งห้ามรถจำหน่ายสินค้าทุกชนิดเข้าไปในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคองโดยเด็ดขาด แต่ประชาชนที่จะสัญจรไปมาบนถนนสายมิตรภาพสายเก่านั้น ยังคงสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ทางเขื่อนจะดำเนินการกับผู้ที่มีการสร้างเพิงที่พักอาศัยเป็นกลุ่มแรก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ และขั้นตอนที่ 2 จะดำเนินการกับกลุ่มที่มีการนำสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย นำมาหากินในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ขั้นตอนที่ 3 จะดำเนินการกับเกษตรกรที่ได้มีการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำในการเพาะปลูกพืช โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตหลังเดือนตุลาคม ห้ามเข้ามาใช้พื้นที่ของอ่างเก็บน้ำเพาะปลูกพืชทุกชนิด และขั้นตอนสุดท้ายก็จะทำการฟื้นฟูพื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ เช่น การเก็บขยะมูลฝอยต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เมื่อมีฝนตกลงมาแล้ว ชะล้างขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงไปในอ่างเก็บน้ำ



