ข่าว

‘กินยัง เบอร์เกอร์’เมนูจานด่วนหัวใจคนรุ่นใหม่

‘กินยัง เบอร์เกอร์’เมนูจานด่วนหัวใจคนรุ่นใหม่

16 ก.ค. 2559

‘กินยัง เบอร์เกอร์’เมนูจานด่วนหัวใจคนรุ่นใหม่ :  คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยธานี กุลแพทย์

           ออกตัวว่า อร่อยไม่แพ้เจ้าไหนในประเทศ สำหรับ “กินยัง เบอร์เกอร์” เมนูจานด่วน รับประทานง่าย รับประทานสะดวก รสชาติดี ได้คุณค่าสารอาหาร ที่ในอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้วเคยครองตำแหน่งขวัญใจของเด็กน้อยวัยใส ขายดิบขายดีในโรงเรียน มาวันนี้จะมาขอทวงบัลลังก์คืน ภายใต้การบริหารงานของทายาทเจน-แซด ภูมิ รังสิยานนท์ นักศึกษาปี 1 หลักสูตรอินเดียศึกษา (นานาชาติ) รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเพื่อนซี้ ณัฎฐกมล สุกิจจาคามิน นักศึกษาปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา

           อาสารับไม้ต่อ
           บริหารแบบคนรุ่นใหม่

           ภูมิ เล่าว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ (ปกรณ์กิตติ์ รังสิยานนท์) ท่านเคยเป็นที่ปรึกษางานด้านเบเกอรี่ให้สินค้าดังๆ อย่าง สเวนเซ่นส์, สาลี่สุพรรณ ฯลฯ แล้ววันหนึ่งท่านหันมาทำแฮมเบอร์เกอร์ขาย โดยเช่าตึกย่านถนนลาดปลาเค้า กทม. คิดสูตรเอง ทำขนมปังเอง ทไใส้เอง ทำซอสเอง ภายใต้แบรนด์ “กินยัง เบอร์เกอร์” เจาะตลาดโรงเรียน เน้นคุณภาพ รสชาติอร่อย ขายราคาไม่แพง ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก ขายดีเกินคาด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณพ่อเลิกกิจการทั้งๆ ที่ยังมีออเดอร์อยู่

           “คุณพ่อมองว่า ตลาดระดับกลาง-ล่าง ยังมีช่องว่าง และมีความน่าสนใจ เลยตั้งใจเจาะตลาดกลุ่มนี้ ทว่า พอขายแฮมเบอร์เกอร์ไปได้ประมาณ 3 ปี เจ้าของตึกที่ลาดปลาเค้าขึ้นค่าเช่าเป็น 3 เท่าตัว พ่อก็เลยตัดสินใจเลิกขาย เพราะสู้ราคาค่าเช่าไม่ไหว ทั้งๆ ที่ยังมีลูกค้าสั่งออเดอร์เข้ามาสัปดาห์ละ 600 ชิ้น ผมรู้สึกเสียดายโอกาสมากๆ เห็นพ่อหยุดทำจริงๆ ก็เลยอาสาเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจนี้”

           ช่วงที่หนุ่มภูมิเข้ามาสานต่อธุรกิจ หนุ่มน้อยหน้าใสยังเรียนอยู่ชั้น ม.6 เจ้าตัวเปิดเผยว่า เป็นช่วงข้อต่อที่ครอบครัวย้ายออกมาจากย่านลาดปลาเค้า และมาปักหลักอยู่แถวเมืองทองธานี นนทบุรี จึงได้ลุยงานนี้อย่างเต็มที่ ด้วยสูตรเบอร์เกอร์ของคุณพ่อ ที่มีจุดเด่นเป็นเบอร์เกอร์โฮมเมดแท้ๆ มีไส้หมูออริจินัล ไก่ทัชมาฮาล ไก่พริกไทยดำ เนื้อวัวปกติและเนื้อวัวพรีเมียมให้ลิ้มลองกัน

           เอกลักษณ์ของ “กินยัง เบอร์เกอร์” นั้น เป็นแฮมเบอร์เกอร์รสชาติจัดจ้าน สไตล์คนไทยชอบ เน้นคุณภาพระดับสูง ไม่ว่าจะวัตถุดิบที่เลือกใช้ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว วัตถุดิบที่ใช้เกรดเอทั้งหมด เน้นเนื้อสัตว์ปริมาณไขมันต่ำ สั่งจากโรงงานมีชื่อเสียงเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องปัญหาเชื้อโรคที่มากับสัตว์ ส่วนเนื้อวัวพรีเมียมสั่งจากต่างประเทศจับกลุ่มคนมีกำลังซื้อสูง

           “จุดเด่น กินยัง เบอร์เกอร์ อยู่ที่ไส้ ตีเนื้อสัตว์เอง ปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะที่คิดขึ้นเอง ใช้เครื่องนวดและชั่งน้ำหนักเพื่อให้เท่ากันทุกชิ้น 50 กรัม ส่วนขนมปังก็อร่อย เหนียวนุ่ม ขณะที่ซอสมายองเนส เราก็ทำเอง เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเท่านั้น” หนุ่มภูมิอธิบาย

           ขายปลีก ขายส่งเฉพาะไส้
           เตรียมทำแอพ บุกตลาดกัมพูชา

           ด้านวิธีหาตลาด หนุ่มภูมิบอกว่า ส่วนหนึ่งยังคงเป็นลูกค้าเก่าตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย แต่หลังจากที่เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวก็ขยายฐานลูกค้าหน้าใหม่ ด้วยการรับออกงานอีเวนท์ งานเลี้ยง งานแต่งงาน คอนเสิร์ต เจาะกลุ่มร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร รวมถึงขายส่งเฉพาะไส้แฮมเบอร์เกอร์ เพื่อคนที่ต้องการมีอาชีพใช้เงินลงทุนไม่สูง

           “ผมยังคงเจาะตลาดโรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมของคุณพ่อ ขณะเดียวกันรับออกงานอีเวนท์ต่างๆ ขยายตลาดไปยังร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ จัดประชุมงานต่างๆ รวมถึงขายส่งเฉพาะไส้ จุดประสงค์คือ อยากจะสร้างอาชีพสร้างงานให้ผู้ที่สนใจ โดยสามารถรับไปขายได้เลย หากลูกค้าต้องการเพิ่มราคาและคุณค่า เพียงเติมผัก ชีส ใส่เพิ่มได้”

           สำหรับรูปแบบการจำหน่าย นักธุรกิจเจน-แซด เปิดเผยว่า มีขายปลีกและขายส่ง ราคาขายปลีก หมูออริจินัล ไก่ทัชมาฮาล ไก่พริกไทยดำ เนื้อวัวปกติ ราคาชิ้นละ 35 บาท เนื้อวัวพรีเมียมชิ้นละ 50 บาท ส่วนขายส่ง รูปแบบ “ไส้” ทำสุกแล้วแบบโฟรเซ่น ไม่ต่างไปกับการทำไส้กรอกที่เมื่อผ่านกระบวนการความร้อนแล้วจะอยู่ได้นาน สะดวกง่ายต่อการใช้งาน 

           เพียงนำออกมาวางไว้ในอุณหภูมิห้องชั่วขณะ เนื้อจะคลายตัวคืนสภาพกลับมานุ่มนวลได้เหมือนเดิม และหากอยากรับประทานกันร้อนๆ ก็เพียงเข้าไมโครเวฟแค่ครึ่งนาที เท่านี้ เบอร์เกอร์หอมๆ นุ่มๆ ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว ส่วนราคาขายส่ง หมูออริจินัล ไก่ทัชมาฮาล ไก่พริกไทยดำ ชิ้นละ 15 บาท เนื้อวัว 30 บาท เนื้อวัวพรีเมียม 35 บาท

           นอกจากช่องทางขยายตลาดแบบออฟไลน์ ชายหนุ่มยังใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่ด้วยสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ เว็บไซต์ รวมถึงภายในปีนี้ตั้งใจจะทำแอพพลิเคชั่นสั่งสินค้าบนมือถือ หวังเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน ทว่า ตอนนี้ท่านใดที่ต้องการลิ้มลองความอร่อยของแฮมเบเกอร์แบรนด์นี้ ลองโทรศัพท์ไปสอบถามหนุ่มภูมิ ได้ที่ 08-0078-8180

           ปัจจุบันกำลังการผลิตของ “กินยัง แฮมเบอร์เกอร์” มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1,000 ชิ้นต่อวัน ตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะผลิตให้ได้ 1 หมื่นชิ้นต่อวัน และในอนาคตอันใกล้จะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายที่ประเทศเพื่อนบ้าน นำร่องที่ประเทศกัมพูชาก่อน พร้อมเพิ่มไส้อื่นๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ลูกค้า

           ในมุมมองของเด็กรุ่นใหม่ที่ปฏิเสธงานประจำแล้วหันมาทำธุรกิจส่วนตัว ภูมิ รังสิยานนท์ บอกว่า ตั้งใจไว้ว่า เมื่อเรียนจบจะไม่ทำงานประจำ จะไม่เป็นลูกน้องใคร ขอเลือกทำธุรกิจส่วนตัว เพราะการค้าขายนับเป็นความท้าทาย จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้เห็นเงินทุกวัน แต่ ณ ขณะนี้ขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน