
พบสาวนุ่งน้อยบริการแอบแฝงสปาย่านสีลม
สบส.ร่วมตำรวจตรวจจับสปาย่านสีลมไม่มีใบอนุญาต ใช้สาวนุ่งน้อยบริการแอบแฝง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และ พ.ต.ท.พิทักษ์ ลาดล่าย รองผกก.ป.สน.ทุ่งมหาเมฆ นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านดิแองเจิล อโรมา พริตตี้สปา แอดสีลม เลขที่ 172/1 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 3 แขวงสีลม เขตบางรัก หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเป็นสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ดัดแปลงเป็นร้านสปาและนวด มีห้องนวด 12 ห้อง ชั้นบนมีห้องบริการ 6 ห้อง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-05.00 น. ด้านหน้าร้านมีป้ายโฆษณาภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น โดยเสนอโปรโมชั่น นวด 3 คน ฟรี 1 คน และหากนวด 2 คน คนที่ 3 ลด 50 เปอร์เซ็นต์ อัตราค่าบริการมีตั้งแต่ 1,000-1,600 บาท มี น.ส.ศิริพาณิช อินตา อายุ 31 ปี รับเป็นผู้จัดการร้าน ทั้งนี้จากตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุข แต่อย่างใด
น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ดูแลร้านทราบว่า ร้านแห่งนี้เปิดมาแล้วประมาณ 3 ปี มีบริการนวดอโรมา นวดเจล นวดน้ำมัน และนวดตัวต่อตัว โดยมีผู้ให้บริการหมุนเวียนไม่ประจำ 10 คน ลักษณะการแต่งตัวล่อแหลม และไม่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ให้บริการสปา หรือนวดเพื่อสุขภาพ แต่ดำเนินกิจการให้บริการนวดที่มีบริการแอบแฝง จึงไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ก่อนแจ้งข้อหาเปิดบริการประเภท 3 (3) โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่ง สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมทั้งสั่งปลดป้ายชื่อร้านออก และสั่งปิดกิจการทันที
น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวอีกว่า ก่อนที่พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ สบส.จะร่วมมือกับตำรวจดำเนินการตรวจเข้ม คัดกรองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่งให้เหลือแต่เฉพาะสถานประกอบการน้ำดี ที่ปฏิบัติได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2551 ที่ออกตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และกำจัดสถานประกอบการที่แฝงบริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สปา นวดทุกประเภทให้หมดไปจากริมถนน ซอกซอย แหล่งบันเทิง ย่านการค้าทั่วประเทศ โดยมอบหมายสำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ ร่วมมือกับสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ร่วมตรวจตราควบคู่กัน เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หรือสถานบริการทั่วไป เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยให้ประชาชนทั้งไทยและเทศใช้บริการได้อย่างมั่นใจ และได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง



