ข่าว

นศ.วิทยาลัยเกษตรร่วมหล่อเทียนพรรษาคึกคัก

นศ.วิทยาลัยเกษตรร่วมหล่อเทียนพรรษาคึกคัก

15 ก.ค. 2559

นศ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร่วมหล่อเทียนพรรษาเพื่อนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ วันเข้าพรรษา

          วันที่ 15 ก.ค. นายฤทธิรงค์ สุน้อยพรม รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม พร้อมด้วยนักศึกษา คณะครู นักเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ ร่วมหล่อเทียนพรรษา ทำบุญตามประเพณีของชาวพุทธ สำหรับการหล่อเทียนพรรษาเป็นการทำบุญที่ชาวพุทธจะนิยมทำในช่วงก่อนวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงที่พระภิกษุสงฆ์จะต้องจำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งตลอดระยะเวลาสามเดือนในช่วงหน้าฝนในสมัยพุทธกาลไม่มีไฟฟ้าใช้พระภิกษุจำเป็นต้องศึกษาพระธรรมคำสอนในช่วงกลางคืนจึงใช้เทียนให้แสงสว่าง 

          ทั้งนี้ ชาวพุทธเชื่อว่าการถวายเทียนเป็นการทำบุญเพื่อให้แสงสว่างส่องทางนำความเป็นสิริมงคลมาให้กับตนเองและครอบครัว แต่ในปัจจุบันมีไฟฟ้าใช้ การทำบุญด้วยการถวายเทียนพรรษาก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นเปลี่ยนจากการถวายเทียนมาเป็นหลอดไฟฟ้าแต่การทำบุญด้วยการหล่อเทียนพรรษาและมีขบวนรถแห่เทียนเพื่อนำไปถวายยังวัดต่างๆก็ยังมีให้เห็นจำนวนมากเพราะถือเป็นการอนุรักษ์ประเพณีการทำบุญของคนไทย อย่างไรก็ตาม เทียนพรรษาที่ได้จากการหล่อเทียนของคณะครู นักเรียน และนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม จะถูกนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ ในวันเข้าพรรษา 


ขบวนเรือพนมพระร่วมงานแห่เทียนพรรษาอุบล

          ขบวนเรือพนมพระ จากบ้านควนสุบรรณ ตำบลควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว รวมระยะทางกว่า 1,300 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ตามบันทึกข้อตกลงด้านการท่องเที่ยว (MOU)กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้แนวคิด “เข้าพรรษาเที่ยวอุบลฯ ออกพรรษาเที่ยวสุราษฎร์” ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดประตูมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยว ระหว่างภูมิภาค ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม และสอดรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และออกพรรษา ตามวิสัยทัศน์“เข้าพรรษาเที่ยวงานแห่เทียนจังหวัดอุบลราชธานี ออกพรรษาเที่ยวงานชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ซึ่งจอดอยู่ศูนย์โอทอป องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยคณะที่เดินทางมากับขบวนเรือพนมพระ กำลังทำการประดับตกแต่งสีสันต่างๆให้สวยงาม เพื่อให้ชาวอุบลราชธานี และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาชมขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา ในงานประเพณีแห่เทียนของจังหวัดอุบลราชธานี ได้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างแท้จริง

          นายอำนวย รักษ์ชาติ กำนันตำบลควนสุบรรณ ผู้นำคณะขบวนเรือพนมพระ เปิดเผยว่า คณะที่ร่วมทางมาทั้งหมด 13 คน และพระสงค์ 1 รูป ออกเดินทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. เดินทางมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเวลา 21.30 น. ของคืนวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ส่วนขบวนนางรำอีก 300 ชีวิต จะเดินทางถึงจังหวัดอุบลราชธานี ในเช้าของวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 ซึ่งคณะนางรำทั้งหมดเป็นชาวบ้านควนสุบรรณ สำหรับจุดเด่นของรถพนมพระวัดควนสุบรรณ คือ มีลวดลายกนกโบราณ ผสมผสานกับรูปสัตว์ในวรรณคดี โดยช่างฝีมือของชาวบ้านในอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในขบวนยังประดับด้วยดวงไฟ อีก 300 ดวง


นร.วัดบ้านใหม่หิ้วปิ่นโตเข้าวัดทำบุญถวายเทียนพรรษา

          ที่บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบ้านใหม่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ครูและนักเรียนของโรงเรียนวัดบ้านใหม่ ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ชาวชุมชนบ้านใหม่ และตำรวจสังกัดสภ.วังน้ำคู้ จัดขบวนแห่เทียนจำนำพรรษาไปยังวัดบ้านใหม่ โดยในขบวนครูและนักเรียน ชาวชุมชนตำบลบ้านใหม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบ้านใหม่จะแต่งกายชุดไทยหิ้วปิ่นโต พร้อมถือป้ายรณรงค์เข้าวัดทำบุญเข้าพรรษา ป้ายงดเหล้าเข้าพรรษา และป้ายรณรงค์ให้ประชาชนออกไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ด้วย

          นางนิภา โปชัยคุปต์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ทุกปีโรงเรียนจะร่วมกับชาวชุมชนทำข้าวทำแกงเป็นหม้อนำมาเลี้ยงเพลพระในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ปีนี้นายบุญธรรม วงศ์ชรินรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการให้เด็ก ๆ นักเรียนและชาวชุมชนได้สืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทย ซึ่งในอดีตพ่อแม่จะทำกับข้าวใส่ปิ่นโตหิ้วมาที่วัดเพื่อถวายเพลพระกันทุกครัวเรือน จึงจัดทำโครงการหิ้วปิ่นโตเข้าวัดจำนวน 110 เถา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งประเพณีการทำบุญตักบาตรให้มีสืบต่อไป เพื่อให้คณะครู ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ชาวบ้านชุมชนบ้านใหม่ และตำรวจสถานีตำรวจภูธรวังน้ำคู้ ได้ทำบุญตักบาตรร่วมกัน

          ด้านนายบุญธรรม วงศ์ชรินรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านใหม่ เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการหิ้วปิ่นโตเข้าวัด คาดหวังว่า จะทำให้เกิดการดำรงไว้ซึ่งประเพณีการทำบุญตักบาตร และมีพื้นฐานของการเป็นผู้ให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี และทุกคนไม่ว่าจะเป็นครู นักเรียน ชาวชุมชน หรือตำรวจที่ได้ร่วมกิจกรรมจะหันกลับมาใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารคาวหวาน ขนมและผลไม้ แทนการใช้ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม มาทำบุญที่วัดในเทศกาลต่าง ๆ หรือทุกวันพระ ทั้งนี้ เพื่อรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม อีกทั้งเป็นการลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย อีกทั้งนักเรียนที่เป็นต้นกล้าของสังคมจะได้รับการบ่มเพาะให้มีคุณภาพ ไม่ห่างไกลวัด ตามหลัก "ถ้าจะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการต้องเตรียมคน จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ

          โดยก่อนเริ่มพิธีถวายเทียนพรรษาและถวายเพลพระภิกษุสงฆ์ โรงเรียนได้เชิญ พระครูภาสุกิจวิจารณ์ หรือ หลวงตาแจ๊ว เจ้าอาวาสวัดกำแพงมณี อ.บางกระทุ่ม มาเทศนาให้นักเรียนได้เห็นถึงความสำคัญของวันสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งต้องใช้เทคนิคโน้มน้าวน้อง ๆ นักเรียนให้สนใจฟังอย่างสูง เนื่องจากเด็กเล็กเอาแต่ซุกซนตลอดเวลา


พิจิตรนำนักเรียนแห่เทียนพรรษาก่อนวันหยุดยาว

          ที่จังหวัดพิจิตร เทศบาลเมืองพิจิตร พร้อมคณะนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในสังกัด ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร พร้อมทั้งประชาชน 25 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร จัดประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษา เพื่อรักษาวัฒนธรรมชาวพุทธไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษา คณะครูอาจารย์ ได้ร่วมกันแต่งชุดไทย ทำบุญร่วมกันแสดงออกเข้าร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ไปรอบถนน ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร และเป็นการปลูกฝัง ให้เยาวชนมีจิตใจงดงามจากการทำบุญ ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาว

          โดยในปีนี้ ตกแต่งรถแห่เทียนอย่างเรียบง่าย ของโรงเรียนต่างๆ และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร โดย ผู้ร่วมงานทั้งหมด นำเทียนพรรษา จำนวน กว่า 20 เล่ม ไปถวายยังวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร และ วัดใกล้เคียงพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร


วธ.เชิญหล่อเทียน ถวายเทียนพรรษา

          ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ิ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีหล่อเทียนพรรษาและเจริญพระพุทธมนต์ งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2559 ว่า ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับภาคคณะสงฆ์ องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา และภาคเอกชนจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2558 ระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2559 และตลอดพรรษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

          ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษาตั้งแต่พิธีหล่อเทียน ถวายเทียน และเวียนเทียน ถวายเป็นพุทธบูชา ประดับธงธรรมจักรในหน่วยงานหรือตามความเหมาะสม นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในวิถีชีวิต อนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ให้เป็นมรดกตกทอดแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนสืบไป และใช้โอกาส 3 เดือนลี้ ละ ลด เลิก ดื่มสุราด้วย

          ทั้งนี้ ในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (15 กรกฏาคม) กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสงฆ์ เครือข่ายองค์การเผยแผ่พระพุทธศาสนา สถานศึกษา คณะครู นักเรียน ร่วมจัดพิธีหล่อเทียนพรรษา 9 ต้นและเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆนำไปถวายเป็นพุทธบูชาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2559 โดยกรมการศาสนา ร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงวัฒนธรรม องค์กรเครือข่ายเผยแพร่ศีลธรรม และหน่วยเผยแพร่พุทธศาสนาในสถานศึกษา จัดกิจกรรมแห่เทียนพรรษา 9 ต้นจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปถวายพระอารามหลวง 9 แห่ง คือ วัดสระเกศ ,วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ,วัดบวรนิเวศวิหาร ,วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ,วัดไตรมิตรวิทยาราม ,วัดปทุมวนาราม ,วัดสามพระยา ,วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นอกจากนี้จะจัดให้มีพิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา ณ วัดปทุมวนารามในวันเดียวกันด้วย

          ส่วนภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัด ภาคราชการและภาคเอกชน องค์กรเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 14-20 กรกฎาคม 2559 ตามความพร้อมของแต่ละจังหวัด รวมถึงกิจกรรมพุทธศาสนิกชนไทย “15 จังหวัดที่มีชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน” กับพุทธศาสนิกชนในประเทศอาเซียนร่วมตักบาตร 2 ฝั่งโขง เวียนเทียน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ฯลฯ


ปทุมธานีรอง ผวจ.นำประชาชนแห่เทียนพรรษา 

          นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี สำนักงานวัฒธรรมจังหวัด พร้อมข้าราชการท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน ร่วมแห่เทียนพรรษารอบหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ สูง 37 เมตร เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ทั้งเป็นการกระตุ้น รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ยังมีนักเรียนโรงเรียนวัดเชิงท่า โรงเรียนวัดสามัคคิยาราม โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้าปทุมธานี ร่วมขบวนแห่ที่มณฑปร่วมใจหลวงพ่อพระพุทธโสธร วัดโบสถ์ ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

          ประเพณีแห่งเทียนพรรษานั้น เนื่องจากสมัยก่อนพระภิกษุสงฆ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านจึงหล่อเทียนต้นใหญ่ขึ้น เพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ เป็นพุทธบูชาตลอดเวลา 3 เดือน การนำเทียนไปถวายชาวบ้านมักจัดขบวนแห่กันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานและปฏิบัติสืบทอดกันมาจนกลายเป็นประเพณี ทั้งนี้ประชาชได้ร่วมใจแห่เทียนพรรษารอบองค์หลวงพ่อโสธรซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ คือมีพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา

          โดยองค์พระพุทธโสธรที่วัดโบสถ์ ซึ่งเป็นองค์พระปฏิมาขนาดฐานกว้าง 24 เมตร หน้าตักกว้าง 16 เมตร สูง 37 เมตร มีประชาชนเข้ามาทำบุญไหว้พระไม่ขาดสาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงแสวงบุญของจังหวัดปทุมธานีที่สำคัญ ซึ่งพระราชวรเมธาจารย์ หรือ พระอาจารย์วิชาญ ถิรสิโล เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ได้อนุญาตให้ประชาชนที่นำเทียนพรรษาในครั้งนี้

          ด้านพระราชวรเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่มีประชาชนได้นำเทียนพรรษามาถวายที่วัดโบสถ์นั้น จำนวนได้กลับไม่พอใช้ เนื่องจากที่วัดโบสถ์นั้นเป็นวัดที่เป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว จึงจำเป็นจะต้องใช้เทียนจุดตามประทีป และบริเวณหน้าพระประธานองค์ใหญ่ จึงไม่เพียงพอแก่การใช้งาน ฉะนั้นการที่ประชาชนได้นำเทียนพรรษามาถวายวัดก็เป็นบุญกุศลและยังคงเป็นประโยชน์แก่วัดในปัจจับันอยู่ ซึ่งงานประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นงานประเพณีที่รวมความผูกพันของชุมชน โดยเริ่มตั้งแต่การที่ชาวบ้านร่วมบริจาคเทียนเอามาหลอม หล่อเป็นเทียนเล่มใหญ่เล่มเดียวกัน เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่คณะไปในตัว การสรรหาภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนการจัดขบวนแห่ก็ล้วนแต่เป็นวิถีพื้นเมือง การแต่งกาย การท่ารำ ประกอบเสียงดนตรีที่สนุกสนาน


ปราจีนบุรีแห่เทียนพรรษาไปถวายทุกอำเภอ

          บรรยากาศกิจกรรมในวันสุดสัปดาห์ก่อนถึงวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ที่ จ.ปราจีนบุรี นายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผวจ.ปราจีนบุรี เป็นประธานพิธีมอบเทียนจำนำพรรษาที่หล่อแล้วเสร็จให้ทั้ง 7 อำเภอนำไปถวายวัดประจำแต่อำเภอพร้อมมีการลงชื่องดเหล้าเหล้าพรรษาจัดที่หน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อ.เมืองปราจีนบุรี

          พร้อมกันนี้ สถานศึกษาต่าง ๆ ในทุกสังกัดได้นำเด็กนักเรียนคณะครูแห่เทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำไปถวายที่วัด อาทิ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดหลวงปรีชากูล )สังกัดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรีนำนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3รวมกว่า 600 คนร่วมแห่เทียนพรรษา โดยมีกลองยาว,นางรำ เป็นที่สนุกสนานพร้อมให้นักเรียนอาราธนาศีล สมาทานศีลถวายเทียนจำนำพรรษา-ผ้าอาบน้ำฝน ,โรงเรียนมารีวิทยาสังกัดการศึกษาเอกชน นำนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 – ม.6 แห่เทียนพรรษา พร้อมป้ายรณรงค์เลิกเหล้า–บุหรี่และยาเสพติด ก่อนที่จะหยุดยาวในวันเข้าพรรษา และวันอาสาฬหบูชาที่จะถึงนี้