ข่าว

รัฐถกแผนพัฒนาอุตฯยานยนต์ไทยยกสศช.แม่งานศึกษา-เร่งสรุปให้ชัดภายในสิ้นก.ย.นี้

รัฐถกแผนพัฒนาอุตฯยานยนต์ไทยยกสศช.แม่งานศึกษา-เร่งสรุปให้ชัดภายในสิ้นก.ย.นี้

07 ส.ค. 2552

คลังเรียกอุตสาหกรรม-พลังงาน-สภาพัฒน์ ถกแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มอบสศช.แม่งานศึกษาให้ได้ข้อสรุปในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อพิจารณาโครงสร้างภาษีสนับสนุนให้สอดคล้องต่อไป ระบุต้องตัดสินก่อนว่าไทยจะเหมาะกับเชื้อเพลิงจากพืชอีโคคาร์ หรือไฮบริดจ์

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรววงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อกำหนดกรอบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากในปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ยังขาดทิศทางที่ชัดเจนว่าจะเดินไปในรูปแบบใด ทั้งที่ประเทศไทยไม่ใช่ผู้ใช้รถยนต์เพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกด้วย

 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สศช.ไปจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกจากพืช (ไบโอฟิล) หรือสนับสนุนรถยนต์ประหยัดพลังงาน มาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ประเภทที่ไม่ใช่พลังงานทางเลือกจากพืช ซึ่งจะต้องนำเสนอกลับมาให้พิจารณาภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

 "ขณะนี้ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องภาษี แต่สุดท้ายแล้วก็จะต้องมีการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ซึ่ง สศช.ต้องไปจัดทำยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน เช่นจะสนับสนุนไบโอฟิลหรืออีโคคาร์ หรือทั้ง 2 อย่าง จากนั้นค่อยมาพิจารณาเรื่องโครงสร้างภาษี" นายกรณ์กล่าว

 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มีการหารือเรื่องยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้พลังงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน มี สศช.เป็นแกนหลักเพื่อไปกำหนดว่าจะให้ความสำคัญด้านใด เรื่องแรกคือเรื่องพลังงานที่สำคัญคือความคุ้มค่า โดยจะเป็นเหมือนกับล้างไพ่ใหม่ทั้งหมดว่าทิศทางต่อไปจะสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ประหยัดพลังงานประเภทไหน ทั้งในกลุ่มที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเอ็นจีวีหรือแอลพีจี อีโคคาร์ อี 85 รวมทั้งไฮบริดจ์ว่าจะเอาระบบไหนให้เป็นรูปแบบชัดเจนต่อไป

 “ที่ประชุมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาฯ สศช.ไปหารือร่วมกันว่าภาพรวมจะตัดสินใจอย่างไร โดยขอให้ดูความคุ้มค่า ตลาดพลังงานและความประหยัดและจะมีมาตรการอะไรไปรองรับหลังกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งอเมริกา บราซิล เน้นกลุ่มไบโอฟิลเนื่องจากมีพื้นที่ปลูกพืชพลังงานทดแทนเยอะ แต่ถ้าญี่ปุ่นก็เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันขนาดยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา ยังใช้ไม่เหมือนกัน เราก็ต้องมาดูว่าจะเหมาะกับอะไร ในส่วนของกระทรวงการคลังก็จะกำหนดมาตรการสนับสนุนด้านภาษีให้สอดคล้องกันต่อไป” นพ.พฤฒิชัย กล่าว