
แฉธุรกิจซื้อขายเลขทะเบียนรถเหตุยิงเพื่อน-คนขับแท็กซี่ดับ
นนทบุรี - แฉธุรกิจซื้อขายเลขทะเบียนรถสวยสาเหตุเพื่อนยิงเพื่อนและยิงคนขับแท็กซี่เสียชีวิต พบแล้วรถแท็กซี่ที่คนร้ายขับหนี
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ต.ท.ประสิทธิ์ศักดิ์ แก้วดอนรี สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย พลเมืองดีช่วยนำส่งรพ.พระนั่งเกล้า แต่มี 1 รายทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ถ.นครอินทร์ ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดนนทบุรี
ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนนครอินทร์ฝั่งคู่ขนาน มุ่งหน้าวงเวียนพระราม 5 พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ค 4 ประตู สีดำ ทะเบียน ฆร 7136 กทม.จอดขวางถนนอยู่ บริเวณท้ายรถบนพื้นถนนพบกองเลือดขนาดใหญ่ 2 กอง ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 5 ปลอก และกระสุนปืนที่ยังไม่ยิงอีก 2 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 รายถูกพลเมืองดีนำส่งรพ.พระนั่งเกล้าไปแล้ว ชื่อนายเอนก สระทองพร้อม อายุ 38 ปี ผู้จัดการ บริษัท MEPSCO ถูกยิงเข้าที่ขาซ้าย 2 นัด และหน้าอกซ้าย 1 นัด และนายสุรชัย แสงทอง อายุ 41 ปี คนขับรถแท๊กซี่ถูกยิงที่ศรีษะ 1 นัด ทั้ง 2 รายอาการสาหัสก่อนเสียชีวิตเวลาต่อมา
นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย วิ่งหลบหนีเข้าไปในมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ทราบชื่อนายทศพร สันทัดวัฒนา อายุ 29 ปี ถูกกระสุนเฉี่ยวบริเวณหัวไหล่ขวา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่โรงพัก
นายทศพร ให้การว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายณัฐภูมิ หรือชัย ฟักยอดทอง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 291/32 ม.6 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายเอนกผู้ตายได้มารับตนที่บ้านพักไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านพระราม 5 เพื่อพบกับนายณัฐภูมิ คุยธุระเรื่องงานที่ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน แต่ระหวา่งที่พูดคุยเจรจากันอยู่นั้น ได้เกิดมีการโต้เถียงกันบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง หลังจากนั้นได้เดินทางกลับ เมื่อมาถึงทางกลับรถใต้สะพานถนนนครอินทร์ นายณัฐภูมิ ได้บอกให้นายเอนกจอดรถข้างทางเพื่อลงไปปัสสาวะ ขณะที่นายณัฐภูมิ เดินลงจากรถไปนั้นได้ชักอาวุธปืนที่เตรียมมายิงใส่เข้ามาในรถหลายนัดจนถูกนายเอนกและตนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่นายเอนกจะแข็งใจเหยียบคันเร่งเครื่องรถขับหนีออกมาจนถึงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ จึงได้จอดรถข้างทางเพื่อดูอาการบาดเจ็บ
“ตอนนั้นผมพยุงนายเอนก ลงมาจากรถ มาโบกรถขอความช่วยเหลือ โดยได้โบกรถแท๊กซี่ของนายสุรชัย ให้ช่วยพาส่ง รพ. เป็นจังหวะเดียวกับที่นายณัฐภูมิ วิ่งตามมาทัน จึงใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่นายเอนก อีกหลายนัด และยังยิงใส่คนขับรถแท็กซี่อีก ส่วนผมรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด หลังจากนั้นนายณัฐภูมิก็ขับรถแท็กซี่หนีไป” นายทศพร กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเก็บปลอกกระสุนทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วแฝงที่อยู่ในรถกระบะมาตรวจสอบอย่างละเอียอด ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกรวย ได้กระจายกำลังกันไปบ้านพักของนายณัฐภูมิและตามบ้านญาติที่คาดว่านายณัฐภูมิ จะหลบหนีไปซ่อนตัว
ต่อมานางเมธาญา แสงทอง อายุ 46 ปี พี่สาวของนายสุรชัยคนขับรถแท๊กซี่ ได้เดินทางมาที่ สภ.บางกรวย หลังทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า น้องชายถูกยิงเสียชีวิต โดยกล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า น้องชายตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแค่จอดรถเพราะคนเจ็บเรียกให้ช่วยเหลือ เมื่อน้องชายจอดรถลงไปช่วยกลับถูกคนร้ายใช้ปืนยิงเข้าที่ศรีษะจนเสียชีวิต ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด จึงอยากให้ตำรวจตามจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะน้องชายต้องมาตาย เพราะทำความดีที่ลงไปช่วยเหลือคนเจ็บ
เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 15 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางกรวย ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.บางศรีเมือง ว่า พบรถแท็กซี่สีส้ม คล้ายกับที่รับแจ้งทางวิทยุให้ตรวจสอบหารถแท๊กซี่ที่คนร้ายก่อเหตุและใช้เป็นพาหนะหลบหนี จอดทิ้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออกมุ่งหน้าสะพานพระราม 4 จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบพบรถแท็กซี่ส้มยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัสติส ทะเบียน ทส-5545 กทม. ซึ่งตรงกับรถแท็กซี่ของนายสุรชัย แสงทอง คนขับรถแท๊กซี่ที่ถูกยิงเสียชีวิต จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบภายในรถพบคราบเลือดเปื้อนอยู่ที่เบาะฝั่งคนนั่งและพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9.มม. ตกอยู่ภายในรถ 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบกับปลอกกระสุนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุก่อนหน้า นอกจากนี้ยังได้มีการเก็บรอยนิ้วมือแฝงเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลของคนร้าย
ต่อมาเวลา 10.00 น.วันนี้(15ก.ค.) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รอง.ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ได้เดินทางมาที่สภ.บางกรวย พร้อมทั้งเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานเข้าร่วมประชุมในการติดตามความคืบหน้าของคดีและวางแผนในการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในครั้งนี้ โดยมีการแบ่งออกเป็นหลายชุดทำงานส่วนหนึ่งได้ลงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและที่ร้านอาหารที่ผู้ตายและผู้ก่อเหตุได้นัดพบกัน ส่วนอีกชุดเฝ้าคอนโดที่ผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่กับภรรยาย่านแถวถ.งามวงศ์วาน อ.เมืองนนทบุรี และที่บ้านในจังหวัดปทุมธานีของผู้ก่อเหตุที่ระบุอยู่ในทะเบียนราษฎร์
พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแบ่งกำลังกันติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุแล้วยังมอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบร่วมข้อมูลหลักฐานที่ได้จากการสอบปากคำพยานและญาติของผู้ตายเพื่อเสนอขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนนทบุรี
สำหรับสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เบาะแสว่าน่าจะมาจากการซื้อขายเลขทะเบียนรถเลขสวย ที่ผู้ก่อเหตุได้รับเงินจากผู้ตายกว่า 200,000 บาท แต่เมื่อผู้ตายนำทะเบียนรถที่ได้ไปตรวจสอบที่ขนส่งทางบกก็พบว่าเป็นทะเบียนปลอมจึงมีการนัดมาเคลียร์เพื่อทวงเงินคืนจนทำให้ผู้ก่อเหตุตัดสินใจลงมือใช้อาวุธปืนก่อเหตุในครั้งนี้



