
"สุภิญญา"ไม่เห็นด้วยคำสั่ง ม.44 คุ้มครองใช้อำนาจคุมสื่อฯ
กสทช. "สุภิญญา กลางณรงค์" โพสต์ทวิตเตอร์ @supinya ยันไม่เห็นด้วยกับการปิดสื่อที่เห็นต่างทางการเมือง และไม่เห็นด้วยกับ ม.44 คุ้มครองการใช้อำนาจคุมสื่อฯ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ @supinya ระบุว่า ดิฉันไม่เคยเห็นด้วยกับการปิดสื่อที่เห็นต่างทางการเมือง และได้ทำหน้าที่ต่อสู้หลักการใช้อำนาจทางกฎหมายมาตลอด ให้สื่อไปสู้ต่อที่ศาลปกครองได้
คำสั่งตามมาตรา 44 ของ คสช.ในวันนี้ เป็นการปกป้องการใช้อำนาจของ กสท./กสทช.(เสียงข้างมาก) จะกระทบกับภาพรวมเสรีภาพสื่อทั้งหมด ไม่ใช่แค่พีซทีวี
ดิฉันเห็นว่าองค์กรสื่อ วิชาชีพสื่อ อุตสาหกรรมสื่อควรแสดงจุดยืนต่อคำสั่ง คสช. เพื่อการถ่วงดุลอำนาจของ กสทช. ให้สื่อใช้สิทธิ์สู้ในศาลต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครอง ศาลอาญา หรือ ศาลแพ่ง เพราะเป็นการต้องรับผิดชอบกับการใช้อำนาจของรัฐอย่างเป็นธรรมของรัฐ ตามกระบวนการ Rule of Law
ปัจจุบัน กสทช.มีอำนาจกำกับสื่อได้อยู่แล้ว แต่ต้องใช้อำนาจอย่างรอบคอบ มีการถ่วงดุล ถ้ามี ม.44 มาปกป้องจะทำให้ กสทช. ใช้อำนาจได้แบบแรงขึ้นอีก
คำสั่ง คสช. บอกว่า กสทช. ไม่ต้องรับผิดชอบทางอาญาหรือแพ่ง แต่ให้อำนาจเอกชนเรียกค่าเสียหายจากรัฐได้ เป็นการผลักภาระจาก กสทช. ไปให้เงินหลวง กรณี PeaceTV เป็นเพียงเคสตั้งต้น ที่ตอนนี้ศาลคุ้มครองอยู่ และ กสท. ใช้อำนาจสั่งปิดซ้ำ จากนี้รอผลจากศาลปกครองอีกรอบ ต่อไปอาจมีเคสอื่นๆตามมา
ส่วนตัวดิฉันไม่มีเจตนาอยากจะเห็น เพื่อนๆ กสทช. เสียงข้างมากถูกฟ้องอาญาหรือแพ่งจากการทำงาน แต่การมี ม.44 มาคุ้มครองจะทำให้ขาดความระวังใช้อำนาจ
ผลกระทบจาก มาตรา 44 ครั้งนี้ ไม่ใช่ต่อช่อง PeaceTV เท่านั้น แต่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมสื่อวิทยุและโทรทัศน์ทั้งหมด ที่ควรตื่นตัวและมีความเห็น
หลังจากนั้น น.ส.สุภิญญา ก็ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งหนึ่ง โดยระบุว่า ส่วนตัวดิฉันไม่เห็นด้วยกับประกาศ คสช. ตาม ม.44 ดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าดิฉันต้องการเห็นเพื่อนๆ กสทช.ต้องถูกฟ้องอาญาจากการทำงาน
เพราะหลักการคือ จนท.ของรัฐควรรับผิดรับชอบกับการใช้อำนาจหน้าที่นั้น การมีอภิสิทธิ์คุ้มครองให้ลอยนวลจากการใช้อำนาจ จะกระทบสิทธิ์ผู้เสียหาย
กรณีพีชทีวี ดิฉันเห็นต่างกับการใช้อำนาจ แต่กรณีช่อง 3 ก่อนนี้ ดิฉันอยู่ฝ่ายเสียงข้างมาก และเคยโดนฟ้อง ม.157 มาแล้วเช่นกัน ซึ่งก็ยินดีสู้คดี
การใช้อำนาจครั้งนั้น นอกจากเคยถูกช่อง 3 ฟ้องฐาน ม.157 แล้ว ยังมีคดีอื่นๆ อีก เช่น พรบ.คอมพ์ และคดีหมิ่นฯ โชคดีและขอบคุณที่เขาถอนฟ้องในที่สุด
ซึ่งถ้าเขาไม่ถอนฟ้อง ดิฉันก็ยินดีสู้คดี เพราะหลักการคือ เมื่อเราใช้อำนาจเราก็ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ ศาลคือคำตอบสุดท้ายตามกระบวนการยุติธรรม
แม้ไม่มีประกาศ คสช. องค์กรของรัฐที่เป็นอิสระอย่าง กสทช.ก็มีอำนาจเบ็ดเสร็จในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นศาลจึงเป็นกลไกถ่วงดุลสำคัญของผู้รับใบอนุญาต
ยังดีที่ประกาศ คสช. รอบนี้ ไม่ตัดอำนาจการฟ้องร้องต่อศาลปกครองด้วย ศาลปกครองจึงเป็นที่พึ่งท้ายสุดของผู้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจของ กสทช.
ที่น่ากังวลสุดคือ กลุ่มทีวีดิจิตอล ที่ประมูลคลื่นความถี่มาแล้วถูกปิด โดย กสท.ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง แต่รัฐต้องรับชดใช้เยียวยาค่าเสียหายแทน
นั่นหมายความว่า กสท.อาจมั่นใจมากขึ้นในการสั่งปิดทีวีดิจิตอลที่ขัดประกาศ คสช. โดยไม่ต้องกลัวถูกฟ้องแล้ว เพราะรัฐต้องจ่ายค่าเยียวยาแทนกรรมการ



