ข่าว

ดอกเบี้ย ต่ำนานห่วงคนมองข้ามความเสี่ยง

ดอกเบี้ย ต่ำนานห่วงคนมองข้ามความเสี่ยง

14 ก.ค. 2559

ธปท.เกาะติดเงินทุนไหลเข้า ห่วงเป็นเงินร้อนเข้ามาลงทุนไม่นาน สร้างความผันผวนให้ค่าเงิน รับ ดอกเบี้ย ต่ำนาน คนมุ่งหาผลตอบแทนสูง ทำให้มองข้ามความเสี่ยง


               นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.มีการติดตามเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะหลังมติของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ที่โหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) หรือ เบร็กซิท ซึ่งมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเงินทุนที่ไหลเข้าไทยในช่วงนี้ถือว่ายังไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เพียงแต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามดู เพราะเงินทุนที่ไหลเข้าอาจจะไม่อยู่นาน นั่นคือความผันผวนของค่าเงินในระยะข้างหน้าที่อาจสูงขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

               ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องระบบเสถียรภาพการเงินถือเป็นสิ่งสำคัญ ธปท.จึงได้มีการตั้งกลุ่มงานใหม่ขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยใช้ชื่อว่ากลุ่มงานด้านเสถียรภาพระบบการเงิน (กสร.) ซึ่งเสถียรภาพระบบการเงินของไทยในปัจจุบันนั้น แม้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็มีเรื่องสำคัญ คือ ต้องคอยตรวจสอบดูแลว่า จุดใดบ้างที่มีความเปราะบางซ่อนอยู่ หรือมีการสะสมความเปราะบางเกิดขึ้น และอาจกระทบต่อเสถียรภาพการเงินและเศรษฐกิจไทยในอนาคตบ้าง

               “เสถียรภาพระบบการเงินไทยอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เริ่มมีความเปราะบางในบางจุด เช่น เอสเอ็มอี และครัวเรือนเกษตร ที่ความสามารถชำระหนี้ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจฟื้นช้า และปัญหาภัยแล้ง ขณะที่หนี้ในภาคธุรกิจและภาคการคลังอยู่ในระดับไม่สูงและเพิ่มขึ้นอย่างช้า” นายวิรไท กล่าวและว่า กลุ่มครัวเรือนที่ต้องติดตามคือ ครัวเรือนรายได้น้อยที่มีความเปราะบางจากระดับหนี้ต่อรายได้สูง และสภาพคล่องทางการเงินต่ำ รวมถึงระดับหนี้ของครัวเรือนกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูงเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง

               นอกจากนี้ ภาวะ ดอกเบี้ย ต่ำอย่างเนื่องทำให้พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และนักลงทุนอาจจะประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยนักลงทุนมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นตัวเล็ก ตราสารที่มีคุณภาพต่ำลง ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วน โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยง ขณะที่ในส่วนของ ธปท.ก็ต้องติดตามพฤติกรรมดังกล่าว

               “ภาวะ ดอกเบี้ย ที่อยู่ระดับต่ำเป็นเวลานาน ทำให้เกิดพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น เราจึงต้องทำให้แน่ใจว่า คนที่แสวงหาผลตอบแทนเหล่านี้ รู้ถึงความเสี่ยงที่แท้จริง และยอมรับความเสี่ยงได้ โดยต้องถามตัวเองและถามผู้ให้บริการทางการเงินว่า สิ่งที่เขาไปลงทุนและให้ผลตอบแทนดี เขารู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ ไปลงทุนอะไรบ้าง” นายวิรไท ระบุ

               สำหรับประเด็นหนี้ครัวเรือนที่หลายฝ่ายให้ความกังวลนั้น นายวิรไท กล่าวยอมรับว่า มีอัตราการขยายตัวที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังสูงกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจและรายได้ครัวเรือน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี และหนี้ต่อรายได้ ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 81% ของจีดีพี เพียงแต่หนี้ส่วนหนึ่ง เกิดจากการกู้ยืมเพื่อประกอบธุรกิจ โดยมีสัดส่วน 18% ซึ่งในหลายๆ ประเทศไม่ได้นับหนี้ส่วนนี้เป็นหนี้ภาคครัวเรือน

               ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย 28% เพื่อประกอบธุรกิจ 18% กู้ยืมเพื่อซื้อรถยนต์ 15% ที่เหลือจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคลอื่นๆ เงินกู้ยืมของสหกรณ์ และอื่นๆ