ข่าว

สั่งปรับเกมคุย การค้า ทวิภาคีรายกลุ่ม

สั่งปรับเกมคุย การค้า ทวิภาคีรายกลุ่ม

14 ก.ค. 2559

“สมคิด” สั่งปรับกลยุทธ์ใหม่ เจรจา การค้า ทวิภาคีเป็นรายเซ็คเตอร์ เลี่ยงประเด็นอ่อนไหวกระทบกลุ่มเกษตร แย้มนายกฯ ห่วงดูแลค่าครองชีพ สั่งดูแลใกล้ชิด


               นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามงานกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์วางแผนการเจรจา การค้า ระหว่างประเทศ โดยปรับรูปแบบการเจรจาให้เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแบบ 2 ฝ่าย และเจรจาเป็นรายอุตสาหกรรม (เซ็คเตอร์) เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้าน การค้า ของไทยในอนาคต โดยเฉพาะกับประเทศอินเดีย จีน และกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

               “แม้ว่าการส่งออกของไทยในขณะนี้จะชะลอตัว ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดี แต่เราควรทำงานให้มากขึ้น คือการส่งแผนการเจรจา การค้า ที่จะให้เกิดผลในวันข้างหน้า โดยจะไม่ใช้วิธีการเจรจาแบบเดิมๆ แต่จะเปลี่ยนมาดูว่าไทยต้องการอะไร เช่นขณะนี้ไทยเองต้องการภาคอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศ และประเทศคู่เจรจาต้องการอะไร ก็ให้มาดูว่าจะสามารถลดภาษีระหว่างกันได้อย่างไร ทั้งนี้ ประเด็นที่อ่อนไหวซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับเกษตรกร ก็จะไม่นำขึ้นเจรจาระหว่างกัน”

               นอกจากนี้ ยังได้บอกไปยังผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ด้วยว่า นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการดูแลค่าครองชีพให้ประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และดูแลไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อดูแลคนมีรายได้น้อย และได้มอบหมายไปยังกรม การค้า ภายใน ให้เร่งขยายตลาดชุมชนให้มากที่สุด เพื่อจัดเชื่อมโยงสินค้าชุมชน

               นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดสัมมนาการเตรียมตัวเรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับปีหน้า ซึ่งมีผู้บริหารของ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการจัดการ (ไอเอ็มดี) มาร่วมด้วยนั้น ซึ่งตนได้มอบนโยบายให้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่เราต้องทำเพื่อพัฒนาประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเดินตามสิ่งที่ต่างชาติต้องการ อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถของไทยปัจจุบันอยู่อันดับที่ 28 ตั้งเป้าหมายว่าปีหน้าจะต้องให้อยู่ระดับที่ดีขึ้น ระหว่างอับดับ 20 - 25 ให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าหลายเรื่องทำได้ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน

               นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในเรื่องของการเจรจา การค้า นอกจากการเจรจา FTA ที่มีแผนเจรจากับหลายประเทศ เช่น อินเดีย ตุรกี ปากีสถาน และศรีลังการ ก็จะเน้นการเจรจาหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าการเจรจาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศที่เป็นหุ้นส่วนส่วนกัน โดยในส่วนของอินเดีย ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมการไปเจรจาความคืบหน้า FTA และจะมีการหารือนอกรอบถึงความร่วมมือด้านอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิตอล สินค้าใหม่ๆ ร่วมกันด้วย ขณะที่ เมียนมา จะเน้นเรื่องการสนับสนุน พัฒนาด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว โรงเรียน โรงแรม การพัฒนาสินค้าหัตถกรรม อัญมณี การพัฒนาสินค้าอาหารแปรรูป เสื้อผ้า รวมถึงการเปิดโรงงานไฟฟ้า และธนาคารเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการเกื้อหนุนกันในอนาคต