
หยุดยาว 5 วันลุ้นใช้จ่ายสะพัด 5.7 พันล้าน
ม.หอการค้า สำรวจการใช้จ่ายช่วง หยุดยาว 5 วัน คาดเงินสะพัด 5.7 พันล้าน หากรวมท่องเที่ยวยอดพุ่งแตะหมื่นล้าน สูงสุดรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา พร้อมทั้งวัน หยุดยาว 5 วัน พบว่า การใช้จ่ายในช่วงดังกล่าวจะมีเงินสะพัดประมาณ 5,773.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงสุดในรอบ 5 ปีนับจากเริ่มสำรวจครั้งแรกในปี 2555 เนื่องจากเป็นช่วงวัน หยุดยาว ทำให้คนเดิทางท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งหากรวมการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวด้วย มูลค่าการใช้จ่ายรวมน่าจะสูงถึง 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.05% ของจีดีพี
ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำบุญในประเทศมีสัดส่วนสูงถึง 95.2% ขณะที่เดินทางไปต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4.8% โดยกิจกรรมที่นิยมทำ คือ ตักบาตร ทำบุญ ไปถวายเทียน ไปถวายสังฆทาน ไปท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีการใช้จ่ายเพื่อทำบุญคนละ 4,571 บาท เป็นการซื้่อของตักบาตรมากที่สุดเฉลี่ยคนละ 436 บาท
“แม้เงินสะพัดยังไม่มากนัก แต่นับเป็นสัญญาณที่ดี ที่สะท้อนว่า ประชาชนมั่นใจว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้น จึงพร้อมจับจ่ายใช้สอย แต่ผมมองว่า ขณะนี้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างช้าๆ หรือเป็นรูปตัว U ช่วงแอ่งกระทะ และคาดว่าไตรมาส 3 เป็นต้นไป เศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวอย่างเด่นชัดขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งปีหลังต้องการให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน เบิกจ่ายเงินงบประมาณ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่า มาตรการเพิ่มวัน หยุดยาว มาตรการช้อปสินค้าโอทอปนั้น จะมีผลต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว มีสินค้าโอทอปน่าจะทำให้เงินสะพัดในพื้นที่ได้มาก 500 - 1,000 ล้านบาทในช่วง 1 เดือนนี้ หรือสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้นได้ 0.1 - 0.3% ของจีดีพีพื้นที่



