ข่าว

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

14 ก.ค. 2559

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วง “น้องเมย์” สั่งทีมงานหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ขณะที่โลกโซเชียลพร้อมใจติดแฮชแทค #ทีมเมย์ #Teammay ให้กำลังใจสาวไทย

ความเคลื่อนไหวกรณีที่ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันมือ 4 ของโลก ถูกกล่าวหาว่าไม่ผ่านการตรวจสารกระตุ้น ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา “น้องเมย์” ได้ออกมาแสดงความรู้สึกเป็นครั้งแรก ผ่านไอจีส่วนตัว ratchanokmay เป็นข้อความสั้นๆ ว่า “I'm faded” พร้อมลงภาพดวงดาวระยิบระยับประกอบ ซึ่งมีแฟนๆ เข้ามาโพสต์ข้อความตอบกลับเป็นกำลังใจให้อย่างมาก อาทิ สู้ๆ นะคะไม่มีสิ่งใดนี้ที่ไม่เคยผิดพลาด มนุษย์เราก็เช่นกัน ยังรักน้องเมย์, พวกเราจะอยู่เคียงข้างน้องเมย์ เพราะเราเข้าใจ, อย่าเสื่อมศรัทธาในตัวเองเด็ดขาด น้องคือคนที่สำคัญของคนไทยเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆคน, ผลจะเป็นอย่างไรก็ชั่ง หนูเชื่อในตัวพี่เมย์ ฝีมือก็หน้าจะรู้ๆกันอยู่ว่าพี่ระดับเทพ สู้ๆเป็นกำลังใจให้ คนไทยเป็นกำลังใจให้พี่ทุกคนหนูเชื่อแบบนั้น, สู้ๆ น้องเมย์ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี อย่าท้อและหมดหวัง เป็นกำลังใจให้เสมอ, ไม่ว่าผลจะออกมายังไง คนไทยจะไม่มีวันปล่อยมือน้องไปเด็ดขาด พวกเราจะสุ้เพื่อเรียกร้องความ ยุติธรรมเพื่อให้น้องได้ไปโอลิมปิกให้ได้ ตั้งใจฝึกซ้อม อดทน และอยากคิดมากนะคะ อยู่กับปัจจุบันนะอย่าคิดล่วงหน้า, สู้นะคะแค่อุปสรรคแค่นี้อย่าให้ มันมาบั่น ทอน จิตใจ อย่าลืมกำลังใจของคนไทยทั้งประเทศ, ไม่สิ้นหวังและไม่หมดหวังนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ในฐานะพี่นักเทนนิสคนนึง และเราก็เป็นขวัญใจพี่มาตลอดเลยนะคะ ฯลฯ เป็นต้น

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยได้สั่งให้ทีมงานติดตามหาสาเหตุความผิดพลาดดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงที่ “น้องเมย์” ที่ตั้งใจฝึกซ้อมมาอย่างหนัก แต่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ และยังส่งผลทำให้ความหวังเหรียญรางวัลของนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ ลดลงอีกด้วย

นางณหทัย ศรประชุม เลขาธิการสมาคมกีฬาแบดมินตัน กล่าวถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ผู้บริหารสมาคม และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคม ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังร่วมทำงานกับสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) เพื่อหาข้อสรุปของเรื่องนี้ ทันทีที่ทราบข่าวตลอด 3 วันที่ผ่านมา โดยไม่ได้พัก และขอร้องให้สื่อมวลชนให้รอการประกาศอย่างเป็นทางการจากบีดับเบิลยูเอฟ เพื่อประโยชน์ต่อตัวนักกีฬาและประเทศไทยเอง

“เรื่องราวทั้งหมดยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการใดๆ ซึ่งทางบีดับเบิลยูเอฟก็ได้ย้ำกับทางสมาคมแบดมินตันว่า ไม่ให้ให้ข่าวใดๆ จนกว่าจะมีการสรุปผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางสมาคมเองก็ขอย้ำว่ากำลังประสานงานกับทางบีดับเบิลยูเอฟอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว และจะเป็นแถลงข่าวทันที ที่ทุกอย่างลงตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลา 2-3 วันนับจากนี้ และอยากวิงวอนไปยังทุกคนขอให้หยุดทำร้ายนักกีฬาให้บอบช้ำจากเรื่องนี้เสียที”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลา 2-3 วัน หมายถึงการรอผลการตรวจยืนยัน หรือ แซมเปิ้ล บี ที่กำลังส่งตัวอย่างไปตรวจที่ประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ นางณหทัย กล่าวว่า เป็นการประสานกับบีดับเบิลยูเอฟ เพื่อหาข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวทันทีที่ทราบผล

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า ผลการตรวจยืนยัน จะมีการประกาศออกมาในวันที่ 18 ก.ค.นี้

ด้านผู้บริหารของสมาคมลูกขนไก่รายหนึ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ก็คือ การภาวนาให้ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมา เป็นไปในทางที่ดี เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเกิดผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อทั้งตัวนักกีฬา สมาคม และวงการกีฬาไทยแน่นอน

“ต้องยอมรับว่าน้องเมย์คือความหวังของประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ในเดือนหน้า ซึ่งหากผลออกมาไม่เป็นอย่างที่หวังกันไว้ จะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เมื่อทุกอย่างยังไม่มีข้อสรุป สิ่งที่ทำได้ก็คือต้องฝึกซ้อมเตรียมตัวกันต่อไปให้ดีที่สุด”

สำหรับน้องเมย์ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 7 นักแบดมินตันไทย ที่จะเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 หรือ ริโอเกมส์ ที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 5-21 ส.ค.นี้ กำลังอยู่ระหว่างการเก็บตัวโค้งสุดท้าย ก่อนออกเดินทางไปแข่งขัน ที่สมาคมแบดมินตันมีกำหนดจะออกเดินทางไปยังแดนแซมบ้าในวันที่ 1 ส.ค.นี้ และถือเป็นความหวังหนึ่งที่จะคว้าเหรียญรางวัลให้กับทัพนักกีฬาไทยอีกด้วย

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

ความเคลื่อนไหว การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะ คณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย มีรายงานแจ้งว่า ขณะนี้ทำได้เพียงรอการผลการตรวจสารต้องห้ามที่แน่ชัดว่า “น้องเมย์” ได้รับสารใด โดยซึ่งจากรายงานหลายแหล่งแจ้งว่าเป็นสเตรียรอยด์ นั้น สารชนิดนี้ก็ยังแบ่งเป็นหลายระดับ และสามารถพบได้ในอาหาร และน้ำดื่ม โดยทั่วไป ส่วนอีกระดับก็คือการรักษาอาการบาดเจ็บ หาก “น้องเมย์” ไม่ได้ใช้เพื่อการเสริมสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบนักกีฬาคนอื่น ก็ไม่น่าจะมีความผิดแต่อย่างใด

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย ไปร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 กล่าวว่าเห็นด้วยกับสหพันธ์แบดมินตันโลก ที่ห้ามสมาคมแบดมินตัน ให้ข่าว จนกว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อตัวนักกีฬาโดยตรง ซึ่งในขณะนี้ก็ถือว่า ประเทศไทยเสียชื่อเสียงอย่างมากแล้ว อย่างไรก็ตาม สหพันธ์แบดมินตันโลก และองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาดา) กำลังประชุมพิจารณาอย่างเร่งด่วนในวันที่ 15-17 กรกฎาคม เนื่องจากในสัปดาห์หน้า จะต้องได้ข้อสรุปโดยเร็ว ก่อนการยืนยันชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วม “ริโอเกมส์” และมีการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันแบดมินตันต่อไป โดยยังเชื่อมั่นว่า “น้องเมย์” จะได้แข่งขันใน “ริโอเกมส์” เนื่องจากเป็นนักกีฬาที่มีอันดับโลกสูง และเป็นแม่เหล็กที่เป็นตัวชูโรงของวงการกีฬาแบดมินตันโลก

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย

 

ส่วน “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ เปิดเผยว่า สหพันธ์ได้รับการประสานจากสมาคมแบดมินตัน ในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสมาคมเป็นสมาชิกของสหพันธ์ ซึ่งในประเด็นที่เกิดขึ้น ได้มีการหารือเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ตลอดจนได้ให้คำแนะนำไปด้วย ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สมาคมจะแต่งตั้งทนายซึ่งเป็นชาวต่างประเทศขึ้นมา เพื่อทำงานร่วมกับทางสหพันธ์แบดมินตันโลก โดยทีมงานได้เตรียมข้อมูลเพื่ออุทธรณ์ไว้แล้ว พร้อมกับจะยืนยันว่านักกีฬาของไทย ไม่ได้ตั้งใจใช้สารโด๊ปในการรักษาอาการเจ็บบริเวณหัวเข่าแต่อย่างใด

ด้าน นายเจน ปิยะทัต อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมแบดมินตัน เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้โพสเฟสบุคว่า ก่อนที่จะมีการตรวจทุกครั้ง ควรมีเจ้าหน้าที่ของสมาคมตามไปดูแลและให้ข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตรวจ เพราะจะต้องมีการกรอกแบบสอบถามประมานว่า “ก่อนแข่งกินยาอะไรมาบ้าง หรือมีการรักษาอาการต่างๆ โดยยาชนิดใด” ซึ่งทีมแพทย์ประจำที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางสมาคม ต้องเป็นผู้ดำเนินการช่วยเหลือให้นักกีฬา และถ้าทำอย่างมีขั้นตอนจะไม่มีเหตุการณ์แบบนึ้เกิดขึ้น

“ข่าวนี้ผมทราบเบื้องต้นมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่เป็นความจริง แต่ถ้าคำภาวนาของผมไม่เป็นผล จะทำอย่างไรกับการแก้ปัญหานี้ จะมีแบบน้องเมย์เกิดขึ้นมาได้อีกกี่คน และจะเกิดปัญหาแบบนี้อีกไหม”

สำหรับบรรยากาศที่บ้านทองหยอด สถานที่ฝึกซ้อมและปลุกปั้น “น้องเมย์” รัชนก ยังคงมีเหล่านักเรียนแบดมินตันทั้งชาย หญิง เข้ามาฝึกฝนวิชาตบลูกขนไก่ตามปกติ รวมถึง โค้ช เซี่ย จื่อ หัว โค้ชชาวจีนของน้องเมย์ ยังคงเข้ามาฝึกสอนนักเรียนเหมือนเช่นเดิม แต่ตลอดวันยังไร้วี่แววของ “น้องเมย์”, “แม่ปุก” กมลา ทองกร และ “มุก” คณิศรา เงินศรีสุข ผู้จัดการส่วนตัวของน้องเมย์ และเมื่อสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ประจำของบ้านทองหยอด ก็ยังไม่มีใครทราบว่าทั้ง 3 คนจะเข้ามาเมื่อไหร่ รวมถึงทุกคนยังขอร้องไม่ให้มีการให้ข้อมูลใดๆตอนนี้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบถึงตัวน้องเมย์เอง

 

"บิ๊กตู่" ห่วง "น้องเมย์" สั่งทีมงานหาปมพลาด

ปัณณวิชญ์ ทองน่วม

 

ส่วน “ตะวัน” ปัณณวิชญ์ ทองน่วม เพื่อนรู้ใจน้องเมย์ โพสต์ภาพและข้อความลงในอินสตราแกรม พร้อมระบุข้อความให้กำลังใจ สุดยอดนักแบดมินตันไทยเท่าที่เคยมีมา ว่า “ไม่รู้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่จะขอให้มันผ่านไปด้วยดี จะอยู่ข้างๆเสมอ เข้มแข็ง และอดทนเหมือนที่เธอทำมา ตลอด รัชนก และติดแฮชแท็ก กำลังใจเพื่อเมย์” โดยผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อปัณณวิชญ์ ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า ตอนนี้ขอให้กำลังใจเมย์อย่างเดียวและขอไม่แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใดๆ

ขณะที่กระแสบนโลกโซเชียล แฟนกีฬาชาวไทย และคนในวงการกีฬา ต่างคอมเมนต์ และตั้งกระทู้โดยพร้อมใจกันติดแฮชแทก #ทีมเมย์ #Teammay เพื่อส่งกำลังใจถึงนักตบลูกขนไก่สาวขวัญใจชาวไทย อดีตมือ 1 ของโลก กันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีกระแสข่าวออกมา เช่น “เจ” เจตริน วรรธนะสิน นักร้อง นักแสดง และนักเจตสกีทีมชาติไทย ซึ่งเป็นบุตรชายของ ศ.เจริญ วรรธนะสิน อดีตนายกสมาคมแบดมินตันฯ ก็โพสต์ข้อความผ่านไอจีว่า อายุยังน้อย คนเก่งคนเด่นมักเจออุปสรรค และมันจะสร้างความแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ผมขอให้กำลังใจเมย์ครับ เจตริน วรรธนะสิน #ทีมเมย์ #jjetrin เป็นต้น