ข่าว

 โค่นสวนปาล์ม-ยางพารา45ไร่บุกรุกป่าสงวนบางขนุนภูเก็ต

 โค่นสวนปาล์ม-ยางพารา45ไร่บุกรุกป่าสงวนบางขนุนภูเก็ต

14 ก.ค. 2559

 เจ้าหน้าที่ป่าไม้-ปกครอง-ทหาร 200 นาย พร้อมเครื่องจักรเข้ารื้อสวนปาล์ม ยางพาราและบ้านพัก บุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน จ.ภูเก็ต เนื้อที่กว่า 45 ไร่

            เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ที่สวนป่าบางขนุน หมู่ที่ 5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายบุญสืบ สมัครราช ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ 12 กระบี่ นาวาเอกสถาพร วาจะรัตน์ รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต นายเกษม สุขวารี ผู้อำนวยการทัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนนายอำเภอถลาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ทหารเรือทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจ  และฝ่ายปกครอง จำนวน 200 นาย

            โดยนำรถแบ็คโฮ 2 ตัว และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เลื่อยยนต์ มีดพร้า เป็นต้น เข้ารื้อถอนต้นยางพารา ปาล์มน้ำมัน และบ้านพัก ประมาณ 6 หลังที่มีกลุ่มชาวบ้านและนายทุนบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างพืชผลอาสินในเขตสวนป่าบางขนุนรวมเนื้อที่กว่า 48 ไร่ ซึ่งการเข้ารื้อถอนครั้งนี้ไม่มีการขัดขวางจากกลุ่มชาวบ้านและนายทุนแต่อย่างใด

            เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าทำการจับกุม และแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บุกรุกไปแล้ว และคดีถึงที่สิ้นสุดแล้วว่า เป็นการบุกรุกจริง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้ารื้อถอนเพื่อปรับพื้นที่ให้กลับมาคืนสู่สภาพเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม นอกจากนี้ยังมีที่ดินอีก 100 กว่าไร่ที่ชาวบ้านและนายทุนรุกสวนป่าบางขนุนเข้าไปปลูกพืชผลอาสินซึ่งคดียังอยู่ในชั้นศาล

            นายบุญสืบ สมัครราช ผอ.สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ 12 กระบี่ กล่าวว่า พื้นที่ที่ดำเนินการนั้นเป็นพื้นที่ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.1 (ถลาง) ร่วมกับสวนป่าบางขนุนได้ตรวจยึดจับกุมและแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรถลาง เมื่อวัน ที่ 2 มีนาคม 2559  และได้จัดทำแผนสนธิกำลังดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

            โดยได้ประมวลเรื่องเสนอนายอำเภอถลางในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน จังหวัดภูเก็ต เพื่อพิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ผลอาสิน ประกอบด้วย ยางพาราปาล์มน้ำมันออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุนให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายโดยได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยได้แจ้งให้ผู้กระทำผิดทราบและดำเนินการ ตามคำสั่งประกาศเจ้าหน้าที่ และได้ติดประกาศให้ผู้กระทำผิดทราบ ผลปรากฏว่า ผู้กระทำผิดก็ยังฝ่าฝืนคำสั่งไม่ดำเนินการหรือถอนสิ่งปลูกสร้างพืชผลอาสินให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แต่อย่างใด

            ต่อมา นายอำเภอถลางได้แจ้งเตือนผู้กระทำผิดเป็นครั้งที่สอง ตามหนังสือที่ว่าการอำเภอถลาง ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ครบกำหนดวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ปรากฏว่าผู้กระทำผิดก็ยังฝ่าฝืนคำสั่งไม่ดำเนินการหรือถอนสิ่งปลูกสร้างผลอาสินได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แต่อย่างใด  

            นายอำเภอถลาง ได้แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึดทำลายหรือถอนผลอาสิน สิ่งก่อสร้างที่ได้ปลูกไว้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน ตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุนจังหวัดภูเก็ตที่ 128 / 2559 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เพื่อเตรียมดำเนินการรื้อถอนกรณีผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมรักษาป่าสงวนแห่งชาติ 

            โดยมอบหมายให้หัวหน้าสวนป่าบางขนุน ประสานนายอำเภอถลางและเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งฯ เข้ารื้อถอนพืชผลอาสินสิ่งปลูกสร้างตามคำสั่งดังกล่าว และหลังจากนี้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ จะได้เสนอกรมป่าไม้ เพื่อพิจารณาปลูกฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับคืนสู่สภาพดังเดิมต่อไปนายบุญสืบกล่าว

            นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับสวนป่าบางขนุนเป็นที่ดินของรัฐที่ได้ประกาศเป็นสวนป่าแห่งชาติเป็นสถานที่ตั้งของส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงานลักษณะเป็นป่าที่ปลูกขึ้นเองโดยใช้งบประมาณของแผ่นดิน ผสมกับพันธุ์ไม้ธรรมชาติเป็นพื้นป่าที่อยู่ในเมืองผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต สภาพป่าบางส่วนยังมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิดมีหลายหน่วยงานและประชาชนได้เข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น การปลูกป่า การเข้าค่ายเยาวชนอาสาพิทักษ์ป่าบางขนุน

            จึงถือได้ว่า ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุนเป็นศูนย์รวมกิจกรรมต่างๆของภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่เนื่องจากป่าบางขนุนมีปัญหาด้านการบุกรุกทำลายป่า และมีเข้าครอบครองพื้นที่มายาวนาน กรมป่าไม้และจังหวัดภูเก็ตได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้เพียงบางส่วน เนื่องจากมีปัญหามีความซับซ้อน การดำเนินการตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 จึงถือได้ว่าเป็นมาตรการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกถือครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขนุนและเป็นไปตามนโยบายในการทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล