
จับตา! ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 30 เครือข่าย
"เลขาป.ป.ส." จับตา ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 30 เครือข่าย ชี้ แต่ละกลุ่มมีตัวการสำคัญ 4-5 ราย เผย ชุมชนวัดตะไกร ก่อเหตุขัดขวางการจับกุมจัดอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด
14 ก.ค.59 - นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ยาเสพติดหลังเหตุการณ์ขัดขืนจับกุมขบวนการยาเสพติดในจ.ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดได้ทั้งหมด แม้ว่าป.ป.ส.จะมีความร่วมมือและประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านตามโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย ซึ่งหน่วยปราบยาเสพติดของพม่าและลาวได้ร่วมกันสกัดสารตั้งต้นที่จะนำไปผลิตยาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำ และมีการตั้งชุดเฉพาะกิจที่จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อเฝ้าระวังเข้มข้น ทำให้สามารถหยุดยั้งการนำเข้าได้กว่า 500 ล้านเม็ด อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มนักค้ายารายใหญ่ประมาณ 30 เครือข่าย ซึ่งแต่ละเครือข่ายมีระดับตัวการประมาณ 4-5 คน ที่ป.ป.ส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าจับตาพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด โดยการจับกุมแม้จะรู้ว่า ในเครือข่ายมีใครบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องจัดการด้วยความรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดการไหวตัว อีกทั้งป.ป.ส.ต้องแกะรอยความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินเพื่อตัดวงจรการเงินของนักค้าควบคู่ไปด้วย
เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวต่อว่า ป.ป.ส.แบ่งระดับแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน 20,000 หมู่บ้าน/ชุมชน ออกเป็น 3 ระดับ คือ หมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงจำนวนกว่า 7,000 หมู่บ้าน/ชุมชน แพร่ระบาดปานกลาง และแพร่ระบาดเบาบาง ซึ่งชุมชนวัดตะไกร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เกิดปัญหาการขัดขวางปฏิบัติการเข้าจับกุมยาเสพติด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา( 14 ก.ค.) เป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และ ป.ป.ส. และฝ่ายปกครองพื้นที่ ได้ร่วมกันเข้าไปตรวจค้นอย่างเข้มงวด รวมทั้งเดินหน้าโครงการแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด โดยฝ่ายปกครองท้องที่ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ก่อนปฏิบัติการ ทั้งนี้ ในส่วนของการแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้กรมราชทัณฑ์และป.ป.ส.เฝ้าระวังพฤติกรรมผู้ต้องขังยาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในเรือนจำมีมาตรการลงโทษกับผู้ต้องขังที่พบว่ายังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ส่วนตามแนวชายแดนป.ป.ส.ร่วมกับกำลังทหาร ตั้งด่านสกัด โดยในภาคเหนือให้กองกำลังผาเมือง และกองกำลังนเรศวรเป็นกำลังหลัก ภาคตะวันออก เป็นหน้าที่ของกองกำลังบูรพา ภาคตะวันตก เป็นหน้าที่ของกองกำลังสุรสีห์ เพื่อปิดช่องทางการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชั้นใน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวอย่างต่อเนื่อง



