
จิตสำนึกสาธารณะ
ถึงวันนี้คดีปาหินลุกลามขยายวงไปทั่วประเทศจนยากจะควบคุม กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และเท่าที่เคยบันทึกสถิติไว้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2550
เป็นต้นมาเคยเกิด 9 คดี เพิ่มเป็น 19 คดี และเพียงต้นเดือนสิงหาคมปีนี้มีเกิดขึ้นแล้ว 15 คดี ทุกๆ ปีจะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมก โดยเฉพาะปีล่าสุดมีผู้บาดเจ็บมากถึง 18 คน ถือว่าสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกมา
ตำรวจผู้รักษากฎหมายพยายามหาทุกวิถีทางป้องกันและกวาดล้างอาชญากรรมลักษณะนี้ แต่เท่าที่แล้วๆ มาแทบจะไม่ได้ผลเลย แม้จะชี้ให้เห็นถึงอัตราโทษที่ผู้กระทำผิดจะได้รับ ทว่าก็ยังคงมีเหตุร้ายเกิดอยู่เรื่อยๆ มีการคาดการณ์ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเด็กวัยรุ่นและเยาวชนที่คึกคะนอง ไม่มีวุฒิภาวะแยกแยะผิดถูก วิธีสุดท้ายคือการเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนมีจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวม
ตามกฎหมายแล้วเด็กและเยาวชนเวลากระทำผิดจะได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจากยังไม่มีวุฒิภาวะและประสบการณ์ชีวิตเพียงพอ ดังนั้น หน้าที่ในการปลูกฝังจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีจึงตกอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทุกคน
เมื่อลองพิจารณาถึงพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้น เท่าที่เคยปรากฏเป็นข่าวคนก่อเหตุไม่ใช่เด็กวัยกระเตาะที่แยกแยะถูกผิดไม่ได้เลย ไม่ใช่เด็กที่จะไม่ตระหนักรู้ว่า การใช้หินปาใส่กระจกรถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วนั้น จะส่งผลไปทางไหน ในเมื่อสื่อเองก็นำเสนอให้เห็นถึงความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เหยื่อบางคนรอดตายมาก็จริงแต่ก็บาดเจ็บเจียนตาย กลายเป็นแผลบาดลึกจดจารอยู่ในจิตใจ ชีวิตของเหยื่อบางคนเปลี่ยนไปจากเดิม ด้านตำรวจเองก็ออกมาตักเตือนว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา หากว่ามีการตระเตรียมการเพื่อลงมือกระทำผิดในข้อหาอื่นๆ ด้วยแล้วยิ่งมีโทษหนักถึงประหารชีวิต
การก้าวเข้าสู่ช่วงวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากเด็กเป็นหนุ่มวัยรุ่นเต็มไปด้วยฮอร์โมนเพศที่อาจจะเกินขีดจำกัดไปบ้าง จึงอยากให้ผู้ใหญ่คอยเฝ้าดูแลแนะนำสั่งสอนทางที่ถูกที่ควร โดยเฉพาะเรื่องของการมีจิตสำนึกต่อสาธารณะ คิดถึงส่วนรวมและคนหมู่มาก วิธีการอยู่ร่วมกันกับคนในสังคม จำเป็นต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่นด้วย
เมื่อเรามีสิ่งนี้อยู่ในจิตใจแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายมาบังคับ สังคมจะน่าอยู่แค่ไหน อย่าปล่อยให้อารมณ์แห่งวัยทำให้อนาคตต้องดับวูบลง เพียงแค่ข้ออ้างที่ว่ายังเด็กเกินไป ไม่มีใครเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้ และไม่มีใครแก่เกินกว่าจะเข้าใจ !?!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



