ข่าว

16 ตร.บกพร่องคดี หญิงไก่

16 ตร.บกพร่องคดี หญิงไก่

14 ก.ค. 2559

เผยผลสอบ 16 ตำรวจบกพร่องทำคดี หญิงไก่ 'ศานิตย์' ลั่น นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง ย้าย รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ ประจำ ศปก.บก.น.3


               14 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงคณะพนักงานสอบสวนที่ทำคดี นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างว่าลักทรัพย์นายจ้าง จำนวน 9 คดี เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประชาชื่น ว่า ในส่วนของตัวเลขที่หลายสื่อลงไปว่าตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้ง 10 หรือ 13 นายนั้นจะ 10 หรือ 13 นายก็อย่าไปกังวล เพราะเราทำไปตามข้อเท็จจริง ฉะนั้นการตรวจสอบวันนี้ได้แค่ 10 พรุ่งนี้อาจจะได้ 13 และมันก็อาจขยายไปเรื่อย เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าไม่ได้มีการปกป้องในส่วนที่กระทำความผิดหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้สบายใจว่าเราได้ทำตรงไปตรงมา

               ถามว่า ตำรวจที่ทำสำนวนคดีให้กับ หญิงไก่ นอกจากความผิดทางด้านวินัยแล้ว จะมีความผิดทางด้านอาญาหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตรงนั้นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เบื้องต้น ผิดตามระเบียบคำสั่ง ตร.ที่ 419 ส่วนในความผิดอาญา ยืนยัน ถ้าพบหลักฐานซึ่งเราพยายามแสวงหาหลักฐาน ก็ได้กำชับคณะกรรมการสอบไว้ อันไหนที่มันผิดอย่างชัดเจนก็ต้องดำเนินคดีอาญาด้วย แต่อันไหนที่ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ เช่น ลายเซ็นว่าใช่ลายเซ็นจริงหรือเปล่า ก็ต้องส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจเพื่อยืนยัน ก็ต้องรอหน่อย ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเร่งรัดอยู่

 

นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง ! สั่งสอบวิ่งเต้น 'สารวัตร' เป็นธรรมทุกฝ่าย

               พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ แจ้งความดำเนินคดี รอง สวป.สน.บางรัก หลังมีการจ่ายเงินให้วิ่งเต้นเพื่อขึ้นตำแหน่งสารวัตร จำนวน 7 แสน แต่เมื่อคำสั่งออกกลับไม่มีชื่อผู้เสียหาย ว่า ได้มอบหมายให้ ผบก.น.2 ดูในเรื่องของคดี ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง รอง สวป.สน.บางรัก มอบหมายให้ ผบก.น.6 ในฐานะที่เป็นคู่กรณี และตัว  รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ มอบให้ ผบก.น.3 ตรวจสอบ โดยกำชับไว้แล้วว่า ต้องพิสูจน์ทราบ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความเป็นธรรม ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก จะได้สบายใจว่าข้อเท็จจริง พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอะไร เท็จหรือจริง เป็นการตกเบ็ดหรือไม่ ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ล่าสุด ก็ได้สั่งย้าย รอง สวป.สน.บางรัก ให้มาช่วยราชการ เพราะขืนให้อยู่ในพื้นที่ พี่น้องประชาชนจะกังวลใจ

               ถามว่า เมื่อมีการคืนเงินให้กับคู่กรณีแล้วจะถือว่าไม่มีความผิดหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นหลักฐานในตัวแล้วว่ามีการหลอกเงินเขาไปจริง มันมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจริง แต่ว่าจะไปเข้าข่ายความผิดในลักษณะใดก็ต้องว่ากันไป ซึ่งตอนนี้มีเพียงข้อหา เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ในส่วนของคดีฉ้อโกงต้องให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวหา หากยังไม่ร้องทุกข์ก็ดำเนินคดีไม่ได้

               ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนเรียกตัวคู่กรณีมาสอบปากคำ แล้วหากยังไม่มาพบนั้นประมวลกฎหมายอาญาเขียนไว้ชัดเจน ขัดหมายเรียกก็ต้องลงโทษตามระเบียบ เบื้องต้น ทราบว่าอยู่ระหว่างลาราชการ แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะว่าสามารถถอนใบลาได้หากมีความจำเป็นที่ต้องเรียกกลับมา ก็ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ใบลาก็ยกเลิกไป ก็ให้ผู้บังคับการทั้ง 3 ท่าน ทำงานให้เต็มที่ กำชับไว้ว่าต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งหมดต้องตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ผิดก็ว่ากันไปตามผิด นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง

 

สั่งย้าย รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ ประจำ ศปก.บก.น.3

               พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เซ็นคำสั่ง ที่ 97/2559 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยตามหนังสือกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ที่ 0015/(บก.น.3)/3449 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ให้ดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและรายงานข้อเท็จจริง กรณีปรากฏข่าว ที่มีการกล่าวถึง ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ ได้เข้าเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาที่ 842/59 ตามสมุดประจำวันคดีอาญา ข้อ 7 ก เวลา 15.00 น. เหตุเกิดที่สถานีบริการน้ำมันของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กองพันทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ซึ่งเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับซื้อขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ รองผู้บังคับการถึงสารวัตร ในวาระประจำปี 2558 นั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เป็นไปอย่างโปร่งใสเป็นธรรม จึงให้ ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2559

 

16 ตร.ทำคดี หญิงไก่ บกพร่อง

               เมื่อเวลา 14.00 น.  พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. ฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงคดี หญิงไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างว่าลักทรัพย์นายจ้าง จำนวน 9 คดี เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประชาชื่น แถลงสรุปผลการพิจารณาความบกพร่องทั้ง 9 สำนวนคดี ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น 9 สำนวน ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและการวินิจฉัยคดีเป็นไปด้วยความสุจริตหรือไม่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ตรวจสอบตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาในคำสั่ง 419 และตรวจสอบการดำเนินคดีอาญาในส่วน ป.วิอาญา ซึ่งผลการตรวจสอบค่อนข้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอทำรายงานเสนอผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นการตรวจสอบตามเอกสารที่ปรากฏ ผลการตรวจสอบ พบว่า พนักงานสอบสวนทั้งหมด 7 นาย มีความผิด คือ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419 และไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ม.131 และผิด พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 คือ ไม่ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนระดับหัวหน้างานสอบสวน 3 นาย ระดับผู้กำกับสถานี 4 นาย และระดับรองผู้บังคับการ 2 นาย มีความผิด คือ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419 และผิด พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 หลังจากนี้จะเสนอผู้บัญชาการตำรวจนครบาลตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

               พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการตำรวจทั้ง 16 นายที่พบว่ามีการกระทำความผิดนั้นตนจะเสนอผู้บังคับบัญชา โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ 1. อยู่แล้วก่อให้เกิดความเสียหายอีกหรือไม่ 2. อยู่แล้วสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐาน มีส่วนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐาน ทำให้การสืบสวนไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรมโปร่งใส ถ้าเกี่ยวข้องใน 2 ข้อนี้ หรือข้อหนึ่งข้อใดก็ต้องเสนอขอย้ายให้พ้นจากหน้าที่ ส่วนจะผิดเรื่องวินัยร้ายแรงหรือไม่ ต้องรอให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบก่อน ในส่วนความผิดทางอาญาในชั้นนี้ ยังไม่พบ เป็นเพียงความผิดทางวินัยอย่างเดียว

               ถามว่า ในบรรดาตำรวจที่เราพบว่ามีความผิดมีคนใดที่พบว่ามีความสนิทสนมในชีวิตส่วนตัว หญิงไก่ บ้าง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องวินัย ความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติหน้าที่เฉยๆ ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงนอกเหนือกว่าที่ รรท.ผบช.น.มอบไว้ หลังจากนี้เมื่อผ่านชั้นนี้ไปเป็นของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนก็อาจจะเป็นในเรื่องพิจารณาถึงรายละเอียด ความสัมพันธ์ การใช้ดุลพินิจ ข้อเท็จจริง อยู่บนพื้นฐานของความสุจริตของเหตุผลหรือไม่ ถึงแม้พนักงานสอบสวนสามารถใช้ดุลพินิจได้ แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและสุจริต

               ถามว่า ในสำนวนคดีของ หญิงไก่ เราพบความผิดในลักษณะการปลอมแปลงเอกสารในสำนวนคดีทั้ง 9 สำนวนหรือไม่ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่พบเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ในเรื่องนี้คงต้องไปพิสูจน์ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ในชั้นนี้เราสอบแค่มีมูล คือ สามารถที่จะตั้งกรรมการได้และก็เสนอความเห็นให้ผู้บัญชาการ ถามว่า กรรมการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนหรือยัง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเรียกมาสอบ การตรวจสอบข้อเท็จจริง คือ การตรวจสอบทางเอกสาร ในชั้นที่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ถูกกล่าวหามาสอบ จะกระทำต่อเมื่อในชั้นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน