ข่าว

“ปคม.”จับขบวนการลวงสาวเพื่อนบ้านค้าประเวณี

“ปคม.”จับขบวนการลวงสาวเพื่อนบ้านค้าประเวณี

14 ก.ค. 2559

“ปคม.” จับกุมขบวนการลวงสาวเพื่อนบ้านค้าประเวณี โดยหลอกให้มาทำงานเป็นพนักงานเสริ์ฟในร้านอาหาร 

          วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ศูนย์ราชการ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคม. ร่วมกันแถลงจับกุม นายทศพล หรือเจ ภาชีศัพท์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดี หลอกลวงหญิงชาวลาวมาบังคับค้าประเวณี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1050/2559 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2559 โดยจับกุมได้ที่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม

          พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นย้ำในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จึงได้ประกาศสงครามกับการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ และได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจังต่อเนื่องจนลดระดับมาอยู่ในเทียร์ 2 ได้ คดีนี้สืบเนื่องจากประมาณต้นเดือนมีนาคม 2557 น.ส.หวาน หรือ หล้า ไม่ทราบนามสกุล (สัญญาชาติลาว) ได้พาเจ้อ้อย หรือนางสุนีย์ โสดารส และนายเณร หรือ นายพิสุทธิชัย โสดารส ซึ่งเป็นคนไทยและเป็นเจ้าของร้านอ้อยคาราโอเกะ ที่ จ.สงขลา ไปที่ประเทศลาว และได้ชักชวน น.ส.น้อย หรือ อำไพวง ประวงเวียงคำ (สัญชาติลาว) เพื่อมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ในร้านอาหาร ที่ อ.หาดใหญ่ โดยอ้างว่าจะให้ค่าจ้างเดือนละ 9 พันบาท น.ส.น้อยจึงตอบตกลงซึ่งขณะนั้นอายุประมาณ 12-13 ปี โดยผู้ที่ชักชวนก็ทราบ น.ส.หวานจึงได้เตรียมเอกสารการเดินทางให้ น.ส.น้อย

          พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า ต่อมา น.ส.หวานได้พา น.ส.น้อย เดินทางมาที่ประเทศไทย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย เดินทางมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต โดยมีนายเจ หรือนายทศพล ภาชีศัพท์ ซึ่งเป็นลูกชายของเจ๊อ้อย ขับรถมารับและพาไปส่งที่ร้านคาราโอเกะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ น.ส.หวานได้พา น.ส.น้อย มาถึงร้านอ้อยคาราโอเกะ ได้ถูกเจ้อ้อย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านบังคับให้ขายบริการทางเพศ โดยอ้างว่าได้ให้เงินกับทางพ่อแม่ของ น.ส.น้อย แล้ว เป็นจำนวน 2 หมื่นบาท ทำให้ น.ส.น้อยต้องยินยอมทำงานเรื่อยมาไม่ได้รับเงินแต่กลับเป็นหนี้ถึงหลักแสน ถ้าไม่ทำก็จะถูกบังคับข่มขู่ทำร้ายร่างกาย และขู่ฆ่าพ่อแม่ ซึ่งน.ส.ขายบริการชั่วคราว 1,500 บาท ค้างคืน 3,000 บาท โดยผู้ซื้อบริการจะจ่ายเงินให้กับนางพรไม่ทราบชื่อและสกุลจริง และนางพรจะนำเงินไปให้เจ๊อ้อย

          พล.ต.ต.กรไชย กล่าวอีกว่า น.ส.น้อย ได้บอกกับแม่บ้านหลังรู้ว่าตั้งท้อง จึงได้หลบหนีมาขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ เพื่อเดินทางไป จ.หนองคาย โดยไม่มีเอกสารเดินทางตัวจริง มีเพียงสำเนาติดตัวเท่านั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟหนองคายได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบเพื่อส่งกลับประเทศลาว จึงนำตัวมาคัดแยก และน.ส.น้อยอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ น.ส.น้อยจึงต้องพักอยู่ที่บ้านนารีสวัสดิ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งทราบว่าขณะนี้น.ส.น้อยก็ได้คลอดลูกแล้ว

          ด้าน นายทศพล ซึ่งเป็นลูกชายของเจ๊อ้อย ให้การว่า ตนเป็นทหารเกณฑ์ ในช่วงปี 56-58 ก่อนที่แม่จะได้ตามให้ตนมารับตัวหญิงสาวมาทำงานล้างจานภายในร้าน จึงได้ลาราชการมาโดยตนได้ไปรับหวานซึ่งเป็นแฟนของตนที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ และมีหญิงชาวลาวมากับแฟนด้วยอีก 3 คน ก่อนที่จะพาไปส่งที่ร้าน ตนทราบเพียงว่าพ่อแม่เต็มใจให้มา ในส่วนของการลักลอบค้าประเวณี ตนยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่อย่างใด

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 และพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 8-15 ปี และปรับตั้งแต่ 160,000-300,000 บาท ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          นอกจากนี้ได้แถลงผลการจับกุม นายก้องเกียรติ เพียรแสวงบุญ ชาวไทย นางอัน นายคาเมน นายโบโบ ชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ และพ.ร.บ.คนเข้าเมือง แต่ไม่ได้นำตัวมาแถลงด้วยเนื่องจากดำเนินคดีที่ สภ.เมืองปัตตานี พร้อมฝากขังเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

          พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ประจำประเทศไทย ได้ประสานขอความช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมาร์จำนวน 6 คนถูกนายหน้าหลอกให้มาทำงานในเรือประมงใน จ.ปัตตานี ก่อนที่ตำรวจ ปคม. ปัตตานี จะเข้าช่วยเหลือลูกเรือประมง 17 คน โดยคัดแยกผู้เข้าค่ายค้ามนุษย์ได้ 14 คน ไม่เข้าข่าย 3 คน ถูกดำเนินคดี 2 คน เป็นชาวเมียนมาร์ 6 คน ก่อนถูกหลอกให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ และราชบุรี โดยให้รายได้คนละ 8,500 บาท ต่อมาได้มีคนไทยมารับตัวพร้อมพาเดินทางไปขึ้นเรือที่ ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งผู้เสียหายชาวเมียนมาร์ที่ถูกหลอกมาทำงานคัดแยกปลาก่อนหน้านี้ ได้ใช้โอกาสโทรศัพท์ติดต่อญาติที่เมียนมาร์ เพื่อขอความช่วยเหลือ

          ด้าน พ.ต.อ.อังกูร กล่าวว่า ภายในเดือนหน้าจะมีปฏิทินผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ออกมา ทั้งนี้หากใครพบเห็นหรือมีเบาะแสการค้ามนุษย์สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ปคม.โทร 1191