
จับทิศทางลงทุน หุ้น ไทย-ทองคำ
โกลเบล็กชี้ทิศทางลงทุน หุ้น ไทยมองได้แรงหนุนจากญี่ปุ่นใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จับตางบการเงินไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ ส่วนทองคำมีโอกาสปรับลงในกรอบแคบ
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาด หุ้น ไทยสะท้อนปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ว่าญี่ปุ่นจะเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลชนะเลือกตั้งวุฒิสภาญี่ปุ่น รวมทั้งการประชุม BOE ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ โดยทาง Bloomberg Consensus คาดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ 0.25% จากอัตราดอกเบี้ยเดิมอยู่ที่ระดับ 0.5% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของ BREXIT ประกอบกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแผนการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Infrastructure Fund วงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเป็นการลงทุนในรูปแบบของรัฐและเอกชน (PPP) ทำให้แหล่งเงินทุนของโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประเมินว่า การที่อังกฤษตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะส่งผลให้ GDP ของอังกฤษหดหายไปมากถึง 2.5% ในปีหน้า และอาจลดลง 1.0 - 2.5% ภายในปี 2017 อีกทั้งปัญหา NPL ภาคธนาคารของอิตาลีที่มีมูลค่าสูงถึง 3.60 แสนล้านยูโร คิดเป็น 18.1% และไนจีเรียและซาอุดิอาระเบียได้เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 44.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา การประกาศงบการเงินไตรมาส 2/59 ของกลุ่มธนาคาร และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) รวมทั้งธนาคารกลางอังกฤษประชุมนโยบายการเงินและการเปิดเผยจีดีพี ไตรมาส 2/2559 ของประเทศจีน
ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ภาวะตลาด หุ้น ไทยสัปดาห์นี้ได้ปัจจัยบวกจากคาดการณ์ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง รวมถึงการประชุม BOE มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อรับมือผลกระทบของ BREXIT อีกทั้งแรงซื้อดักงบและเงินปันผลครึ่งปี อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากปัญหา NPL ภาคธนาคารอิตาลีที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้มีแรงขายสลับเป็นรอบๆ
ดังนั้น ประเมินว่าดัชนีตลาด หุ้น ไทยจะซิกแซกขาขึ้นเพื่อทดสอบ 1,485 - 1,500 จุด โดยแนะนำซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ได้แก่ กลุ่มธนาคารและพลังงาน คาดว่ากำไรไตรมาส 2/59 เติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อน กลุ่มถ่านหิน เนื่องจากราคาถ่านหินทำ High ในรอบ 1 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 59 ดอลลาร์ต่อตัน และสะสมหุ้นกลุ่มปันผลครึ่งปีเด่น ได้แก่ INTUCH, ADVANC, KKP, TCAP และ SPALI
สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำนั้น นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ราคาทองคำเริ่มชะลอตัวการขึ้นและพักตัวในกรอบแคบๆ หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากการที่สหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่ง รวมถึงกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน มิ.ย. ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะนำข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งนี้มาประกอบการตัดสินใจในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางในหลายประเทศโดยเฉพาะธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเดินหน้าใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำปรับลงในกรอบแคบเท่านั้นเนื่องจากสหรัฐรายงานตัวเลขอัตราการว่างงานปรับในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดสู่ระดับ 4.9% หลังจากอยู่ที่ 4.7% ในเดือน พ.ค. รวมถึงความกังวลผลกระทบจาก Brexit ดังนั้น ประเมินแนวโน้มราคาทองโลกด้านเทคนิคว่าราคาอยู่ในช่วงพักตัวออกข้างและเริ่มลงมาต่ำกว่าแนวรับเส้น 5 วัน อีกทั้งค่าสัญญาณ RSI ที่เริ่มปรับลงจากภาวะซื้อมาก ทำให้ราคามีแนวโน้มพักตัวลง อย่างไรก็ตามแนวรับเส้น 10 วันและแนวโน้มขึ้นหลักยังรองรับอยู่ ส่งผลให้ราคาแนวโน้มพักฐานช่วงสั้นก่อนปรับขึ้นรอบใหม่ โดยมีแนวรับ 1,330 - 1,335 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,375 - 1,380 เหรียญต่อทรอยออนซ์



