
เพิ่มความจุอ่างฯคลองสะเดารองรับเขตศก.พิเศษสงขลา
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
การประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่แรกของประเทศไทย เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ที่มีด่านชายแดนสะเดา และปาดังเบซาร์ ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดในบรรดาด่านชายแดนด้วยกัน
เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ไม่เพียงเป็นด่านการค้าชายแดนจากไทยทะลุไปมาเลเซียอย่างเดียว หากพิจารณายุทธศาสตร์การพัฒนาขยายเส้นทางพบว่า จะเชื่อมโยงตั้งแต่ประเทศจีนไล่ลงมาเมียนมาร์ เข้าสู่ประเทศไทยที่เชียงรายไล่ลงมาที่สะเดา จ.สงขลา และพ่วงนราธิวาสด้วย ก่อนออกไปสู่มาเลเซีย สิงคโปร์ และสุดท้ายที่อินโดนีเซีย เป็นระเบียงเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกเหนือจากสิทธิพิเศษทางด้านภาษีแล้ว ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานก็จำเป็นไม่แพ้กัน ไม่ว่าถนน ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น
โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เป็นเรื่องของกรมชลประทานที่ต้องจัดเตรียมหาแหล่งน้ำดิบสำหรับรองรับเขตเศรษฐกิจดังกล่าว นายประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า แหล่งน้ำดิบสำคัญสำหรับรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา อ.สะเดา ปัจจุบันทำหน้าที่สำคัญคือเป็นแหล่งน้ำดิบแห่งเดียวของอ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่สำคัญของ จ.สงขลา อยู่แล้ว นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งน้ำดิบป้อน อ.สะเดา ผ่านการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสะเดา และสาขาพังลาด้วย
“อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียวของหาดใหญ่ และสะเดาโดยตรง โดยส่งน้ำไปตามลำน้ำเดิมคือคลองสะเดา และเข้าสู่คลองอู่ตะเภา เพื่อป้อนน้ำดิบให้การประปาส่วนภูมิภาคสูบไปผลิตน้ำประปา” นายประพิศกล่าว
ทั้งนี้คลองสะเดาเป็นลำน้ำสาขาของคลองอู่ตะเภา ที่ไหลผ่าน อ.หาดใหญ่ ไปออกทะเลอ่าวไทย กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา ระหว่างปี 2534-2541 โดยมีความจุอ่าง 56.74 ล้านลูกบาศก์เมตร และใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น
นายประพิศย้ำด้วยว่า เพื่อรองรับนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา กรมชลประทาน จึงพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา โดยการก่อสร้างฝายพับได้ที่อาคารระบายน้ำล้นเดิม ความสูง 1 เมตร ความยาว 15 เมตร ซึ่งจะเพิ่มความจุได้อีก 4.57 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 61.35 ล้านลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำความยาว 15 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2561 ทั้งนี้ ท่อส่งน้ำดังกล่าว เป็นการส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรท้ายอ่างเก็บน้ำคลองสะเดา เช่น บริเวณต.สำนักแต้ว อ.สะเดา ซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
“การเพิ่มประสิทธิภาพความจุอ่างเก็บน้ำคลองสะเดาอีก 4.57 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดาโดยตรงแล้ว ยังทำให้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคทั้ง อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา มีความมั่นคงยิ่งขึ้น”ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางกล่าวและว่านอกจากนั้น กรมชลประทานยังเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อความสวยงามรองรับการเข้ามาใช้บริการ
อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา จึงถือเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญยิ่งยวด เพราะเป็นแหล่งน้ำดิบป้อนทั้งเมืองหาดใหญ่ ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของสงขลา และเมืองสะเดา ที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของสงขลาในอนาคตอีกด้วย



