ข่าว

คนขับรถหญิงไก่ขอให้ข้อมูลกองปราบ22ก.ค.นี้

คนขับรถหญิงไก่ขอให้ข้อมูลกองปราบ22ก.ค.นี้

13 ก.ค. 2559

คนขับรถหญิงไก่ขอให้ข้อมูลกองปราบ22ก.ค.นี้  ขณะที่‘ศานิตย์’ลั่นโทษไล่ออกพงส.ประชาชื่นหากพบผิดวินัยร้าย

           ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2559  พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รองผบก.ปอท. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. ตำรวจบก.ป.  พร้อมตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.)  ได้เดินทางเข้าประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที
                       
           พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ในส่วนของคดีนางมณตาหรือ หญิงไก่นั้น ก่อนหน้านี้ได้แบ่งงานให้แต่ละหน่วยงาน ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไปกระจายกันตรวจสอบ อย่างเรื่องค้ามนุษย์ ทางตำรวจ บก.ปคม.จะรับไปตรวจสอบและสืบสวน ว่าการกระทำของผู้ต้องหา เข้าข่ายความผิดในส่วนนี้หรือไม่ ขณะที่ทาง บก.ปอศ.นั้น จะตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงธุรกรรมทุกอย่างของผู้ต้องหา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน คนขับรถคนสนิทของนางไก่นั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบเชื่อได้ว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่หลบหนีไปเพราะเหตุใดนั้น ยังไม่ทราบ อยู่ระหว่างหาข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเร็วๆนี้ 
                            
           สำหรับในส่วนของเศรษฐีนีที่ จ.อุดรธานี นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่สามารถระบุได้ว่า น่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ทั้งนี้ ไม่อยากให้นำกรณีของเศรษฐีนีไปเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เพราะขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่เชื่อมโยงกัน อย่างไรก็ตาม อยากจะขอฝากเตือนประชาชนว่า คนประเภทนี้มีจำนวนมาก อย่าไปหลงกล หลงเชื่อเป็นอันขาด
                       
           ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับกระแสข่าวที่ว่า หญิงไก่ เสียชีวิตภายในเรือนจำนั้น เรื่องนี้เท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข่าว และไม่ทราบรายละเอียด ทาง ผบ.เรือนจำน่าจะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้
                      
           อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขันหิน อายุ 38 ปี ชาวลพบุรี อดีตคนขับรถให้หญิงไก่ได้ประสานงานโดยผ่านพระของวัดนังคัลจันตรี จ.ปทุมธานี ว่าจะขอเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ 

                        
‘ศานิตย์’ลั่นโทษไล่ออกพงส.ประชาชื่น หากพบผิดวินัยร้ายเอง 

           พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริง พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ที่่ทำคดีนางมณตา  แจ้งความเอาผิดลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง  จำนวน 9 คดีว่า  มีความคืบหน้าไปเยอะ มีการพิสูจน์ทราบความถูกผิดแล้วว่าจะต้องดำเนินคดีเพิ่มเติมกับใครในเรื่องใด ผลที่ออกมาพอใจในระดับหนึ่ง  เชื่อว่า ในสัปดาห์นี้จะมีความจัดเจนมากขึ้น  

           "คดีที่มีการแจ้งความ 9 คดี  มีพนักงานสอบสวนที่รับคดี  5 นาย และมีหัวหน้างานเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ  ต้องตรวจสอบว่า ได้ตรวจตราดูแลเอาใจใส่การทำคดีหรือไม่  เพราะในสำนวนการสอบสวน ตามระเบียบคำสั่ง ตร. ที่419 ระบุไว้ชัดเจนต้องตรวจสำนวนเมื่อไหร่  อย่างไร บางสำนวนเอกสารมีกี่ชิ้น  มีกี่แผ่น  หากมีข้อผิดพลาด ต้องรู้ว่า เกิดจากอะไร  ส่วนกระแสข่าวที่ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เกี่ยวข้องในคดีนี้ 10  นายความจริงแล้วมีพนักงานสอบสวน 5 นาย และมีผู้บังคับบัญชาพนักงานสอบสวนอีกบางส่วน อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีใครบ้าง ทั้งหมดต้องรับผิดชอบร่วมกัน  อย่างที่บอก  ถ้ายึดหลักความถูกต้อง  คงไม่มีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นแน่นอน  ยืนยัน จะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน   หากพบกระทำผิดในเรื่องกฎหมายและในเรื่องระเบียบการปฏิบัติ   ก็ต้องว่า  กันไป  " รรท.ผบช.น.กล่าวและว่า 

           กรณีที่มีการพูดกันมากว่า พนักงานสอบสวน อ้างว่า หญิงไก่  บังคับให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกจ้างที่ถูกแจ้งความ  ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว พนักงานสอบสวน เป็นต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรม  ใครจะมาบีบบังคับไม่ได้  ใครจะมากดดัน   ไม่ต้องไปสนใจ ถ้าเราปฏิบัติตามจรรยาบรรณ   ไม่ต้องมาอ้างถูกกดดัน หากเป็นอย่างนั้นก็แย่  ไม่ได้ ความเป็นธรรมต้องเกิดกับทุกฝ่าย  ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ให้ความเป็นธรรมเฉพาะฝ่ายกล่าวหาอย่างเดียว  ไม่อย่างนั้นใครก็มากล่าวหาคนอื่นเรื่อยเปื่อยไปหมด

           พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า  การคาดโทษ หากพบบกพร่องโดยสุจริต  ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ทุจริต ถือว่า  ผิดวินัยไม่รุนแรง  จะพิจารณาตามขั้นตอนตามกฎ ก.ตร.   แต่หากพบ  ทุจริตผิดวินัยร้ายแรง ต้องไล่ออก