ข่าว

‘จักรทิพย์’ย้ำปมตำรวจซื้อตำแหน่งเรื่องส่วนบุคคล

‘จักรทิพย์’ย้ำปมตำรวจซื้อตำแหน่งเรื่องส่วนบุคคล

13 ก.ค. 2559

‘จักรทิพย์’ยันพา2นายตำรวจพบ‘ประยุทธ์’แจงข้อเท็จจริงปมซื้อตำแหน่ง ย้ำเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลทั้ง 2  ขณะที่ผู้การน.6สั่งผกก.บางรักตั้งก.ก.สอบภายใน 30 วัน 

               13ก.ค.2559 จากกรณีการเผยแพร่ภาพบันทึกรายงานคดีที่เกิดขึ้นถึงผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) มีข้อมูลระบุถึงการแจ้งความดำเนินคดีระหว่างตำรวจยศ ร.ต.อ. 2 นาย ได้แจ้งความไว้ที่ สน.บางซื่อ โดย ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข อายุ 39 ปี รอง สว.จร.สน.นิมิตรใหม่ แจ้งความเอาผิดกับ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย อายุ 38 ปี รอง สวป.สน.บางรัก เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนพลตำรวจ หลอกลวงเรียกรับผลประโยชน์เงิน 7 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือให้ได้ตำแหน่งสารวัตร โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อของขวัญให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับแต่งตั้ง โดยนำเงินไปมอบให้ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์จะเรียกตำรวจทั้ง 2 นายเพื่อพูดคุยข้อเท็จจริงนั้น

               เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานมาแต่อย่างใด แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์เรียกนายตำรวจทั้ง 2 นายให้ไปเข้าพบจริง ก็ต้องพาไป ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทาง บช.น.ดำเนินการเรื่องนี้อยู่  เพราะไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนแต่อย่างใด หากหลักฐานเกี่ยวข้องกับใครก็ต้องดำเนินการทั้งวินัยและอาญา อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลทั้ง 2 ดังนั้น จึงไม่อาจรู้ได้
                            
  
ผู้การน.6สั่งผกก.บางรักตั้งก.ก.สอบภายใน 30 วัน 

               พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.  กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น. 6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยให้ พ.ต.ท.สมภพ เชาว์เพชรไพโรจน์ สวป.สน.บางรัก เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งกำหนดกรอบการสอบในระยะเวลา 30 วัน นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังได้สั่งให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ หากพบว่ามีความผิดจริง ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด
                         
               ด้าน พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอผลการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เป็นหลัก ว่าได้มีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ ซึ่งหากผลออกมาเป็นเช่นไร ก็จะทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป 
  
                
ผบก.น.2ยันเป็นความผิดส่วนบุคคล

               พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2  กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ นัดหมาย  ร.ต.อ.ชาญชาย และ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช มาให้ปากคำ แต่ทราบว่า ร.ต.อ.ชนินท์ธัช ลาพักเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. และจะกลับมาทำงานตามปกติในวันที่ 14 ก.ค. จึงได้ทำหนังสือประสานไปยังต้นสังกัดทั้ง 2 นายให้มาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันในวันที่ 15 ก.ค. เวลา 10.00 น. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน ฯกับ ร.ต.อ.ชนินท์ธัช เพียงข้อหาเดียว
 
               "ส่วนข้อหาฉ้อโกงทรัพย์นั้น ต้องเรียก ร.ต.อ.ชาญชาย พร้อมภรรยา เข้ามาสอบถามว่า   ประสงค์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงด้วยหรือไม่ หากต้องการก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอน แต่ในเมื่อมีการคืนเงินกันแล้วหากผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความก็ถือว่า  ไม่มีความผิด สำหรับความผิดทางวินัยของทั้งคู่ เป็นหน้าที่การสอบสวนของทางต้นสังกัดคือ บก.น.3 และ บก.น.6 และยืนยันว่าความผิดดังกล่าวนั้นเป็นความผิดส่วนบุคคลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นใด และเงินจำนวน 7 แสนบาทไม่มีการนำไปจ่ายให้กับผู้ใด แต่เป็นการนำมาใช้ส่วนตัว อย่างไรก็ตามขณะนี้เงินจำนวนดังกล่าวก็ยังอยู่กับพนักงานสอบสวน รอให้ฝั่งผู้เสียหายมารับเงินคืนไปเท่านั้น

               ด้าน พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น. 3  กล่าวว่า กรณีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การดำเนินคดีทางอาญาตามที่มีการแจ้งความเป็นหน้าที่ของ สน.บางซื่อ และ บก.น.2 สอบสวนข้อเท็จจริง  และอีกส่วนคือ บก.น.3 ที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัยผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ธนชัย อุสาหกิจ ผกก.สน.นิมิตรใหม่  ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้หายสงสัย พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นมายังตนภายใน 7 วัน ก่อนที่จะสรุปรายงานให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้  ร.ต.อ.ชาญชาย ได้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาสายงานจราจรและ  พ.ต.อ.ธนะชัย อุสาหกิจ  ผกก.สน.นิมิตรใหม่ ขอลาหยุดเป็นเวลา 1 สัปดาห์มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ภายหลังจากที่มีข่าวครึกโครมออกมา