ข่าว

ตั้ง“ฟิวเจอร์ฟันด์”ระดมทุนแสนล้าน

ตั้ง“ฟิวเจอร์ฟันด์”ระดมทุนแสนล้าน

12 ก.ค. 2559

ครม.เคาะตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ระดมทุน 1 แสนล้าน คลังใส่เงินตั้งต้นช่วงแรก 1 หมื่นล้าน รับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ 2 - 3% คาดเปิดขายนักลงทุนภายในเดือนธันวาคมนี้


               นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) โดยมีวงเงินในการระดมทุนรวม 1 แสนล้านบาท และวงเงินตั้งต้นกองทุนวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะยื่นรายละเอียดให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จดทะเบียนเป็นกองทุนรวมในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 1 เดือน และจะสามารถขายหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนทั้งสถาบันและนักลงทุนที่เป็นบุคคลทั่วไปได้ภายในปีนี้

               “กองทุนดังกล่าวมีการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำที่ประมาณ 2 - 3% ต่อปี โดยให้มีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขึ้นมาเพื่อรับประกันผลตอบแทนที่เหมาะสมจากการลงทุน ซึ่งกองทุนหมุนเวียนสามารถรับเงินงบประมาณสนับสนุนได้ในกรณีที่จำเป็นรวมทั้งนำดอกผลกำไรที่ได้มาสะสมไว้ในกองทุนได้”

               สำหรับโครงการการลงทุนจากการหารือกับหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม ได้คัดเลือกโครงการที่มีศักยภาพของกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กทม. - บ้านฉาง 2. โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพ 3. ถนนทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอก

               ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ในระยะแรกการจัดตั้งกองทุนจะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ลงทุนรายเดียวตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยจะลงทุนได้ทันที 1,000 ล้านบาท จากการไถ่ถอนกองทุนวายุภักษ์ ส่วนอีก 9,000 ล้านบาท เป็นการแลกเปลี่ยนหน่วยลงทุนวายุภักษ์กับกองทุนรวมฯ และเงินทุนอีก 90,000 หมื่นล้านบาท จะระดมจากนักลงทุนทั่วไป ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือ บริษัทประกัน นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดขายหน่วยลงทุนในเดือนธันวาคมนี้

               ทั้งนี้ กองทุนรวมฯ มีลักษณะเป็นรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะจัดตั้งภายใต้ประกาศและหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยเป็นกองทุนปิด ไม่กำหนดอายุโครงการ คาดว่าจะเสนอ ก.ล.ต. เพื่อจดทะเบียนและจัดตั้งกองทุนรวมฯ อย่างเป็นทางการภายในเดือนกรกฎาคม 2559 ส่วนผลตอบจากการลงทุนในกองทุนรวมฯ จะประเมินได้หลังจากคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงินแล้วภายใน 180 วัน โดยในระยะแรกได้คัดเลือกผู้จัดการกองทุนคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

               พร้อมกันนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หน่วยงานเจ้าของโครงการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกระทรวงการคลังเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพตามที่กระทรวงคมนาคมได้รายงาน คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ของกรมทางหลวง เบื้องต้น จะนำรายได้จากค่าผ่านทางมาลงทุนในกองทุนรวมฯประมาณ 50% ของรายได้ 30 ปี คิดเป็น 40,000 ล้านบาท

               “โครงการโครงสร้างขั้นพื้นที่เข้ามาในกองทุนฯ จะต้องเป็นกองทุนที่มีศักยภาพ ให้ผลตอบแทนที่ดี ไม่ใช่อะไรก็ได้จะเข้ามา ไม่เช่นนั้นจะให้กองทุนมีผลประกอบการไม่ดี ทำให้นักลงทุนเสียโอกาสในการลงทุน” นายเอกนิติ กล่าวและว่า ประโยชน์ของกองทุนรวมฯ นั้น จะสามารถระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป ซึ่งจะลดข้อจำกัดของการใช้แหล่งเงินทุนจากงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด และช่วยให้การบริหารจัดการหนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่เหมาะสม