
จ่ายใต้โต๊ะ“คอร์รัปชั่น”ส่อลดยาก
ม.หอการค้าไทย เปิดผลสำรวจดัชนีคอร์รัปชั่นเดือน มิ.ย. 59 ลดลงเล็กน้อย จับตาโครงการลงทุนภาครัฐ ระบุ ยังมีจ่ายใต้โต๊ะ เสียหาย 5.9 หมื่นล. - 1.7 แสนล.
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (CSI) จากการสำรวจเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ว่า สถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อเดือนธันวาคม 2558 พบว่าดัชนี CSI ปรับตัวลดลงจากระดับ 55 มาอยู่ที่ 53 โดยดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอร์รัปชั่น ลดลงจาก 52 ของการสำรวจครั้งก่อนหน้า มาอยู่ที่ 48
นอกจากนี้ จากการสำรวจผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ ว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการหรือนักการเมืองที่ทุจริต เพื่อให้ได้สัญญาหรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ที่ยังต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ จะมีการจ่ายเฉลี่ยอยู่ในอัตรา 1-15% ซึ่งเป็นอัตราที่เท่ากับการสำรวจครั้งก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับรายจ่ายเงินงบประมาณของรัฐ วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาท กรณีมีการคอร์รัปชั่น เฉลี่ยอัตรา 5% จะมีมูลค่าความเสียหายมูลค่า 5.96 หมื่นล้านบาท กรณี 15% ความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 1.78 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.19 - 6.57%ของงบประมาณรายงานภาครัฐ กระทบต่อจีดีพี อัตรา 0.42 - 1.27%
อย่างไรก็ตาม ในแง่ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศไทย (CPI) จากการสำรวจเมื่อปี 2558 ในสายตาชาวโลกพบว่าไทยมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น จากการเปรียบเทียบกับ 177 ประเทศทั่วโลก อันดับของไทยขยับขึ้นจาก 85 มาอยู่ที่ 76 ส่วนคะแนนอยู่ที่ 38 สูงสุดเท่าที่ไทยเคยได้รับการจัดอันดับมา และเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย ไทยได้ขยับขึ้นจากอันดับ 12 มาอยู่ที่อันดับ 10
“สถานการณ์คอร์รัปชั่นของไทยดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จากที่เราเคยสูญเสียระดับ 2 - 3 แสนล้านบาท และวงจรความสูญเสียต่อจีดีพีอยู่ที่ 2.0 - 2.5% แต่การที่ดัชนีฯ ครั้งนี้ ปรับตัวลดลงมาเล็กน้อยนั้น สะท้อนว่าคนยังมีความกังวลต่อการคอร์รัปชั่นที่มีท่าทีว่าไม่ได้ลดลง รวมถึงกังวลว่าการป้องกันในอนาคตว่าจะทำอย่างไร ทั้งในด้านของการแก้ไขกฎหมาย โครงสร้างของรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นความกังวลในช่วงการเปลี่ยนผ่านในขณะนี้ แต่ในแง่ของกระบวนการสร้างเครือข่าย การปราบปราม การสร้างความตระหนักรู้ พบว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น”
นอกจากนี้ ยังพบถึงความกังวลต่อสถานการณ์ว่าอาจจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากการสำรวจกรณีการจ่ายเงินพิเศษ พบว่ามีคำตอบการจ่ายเงินในอัตราที่สูงกว่า 1 - 15% และมีที่ตอบว่าจ่ายในอัตรา 30 - 35% อยู่ด้วย ถือเป็นจุดสุ่มเสี่ยงต่อกระบวนการลงทุนของภาครัฐในขณะนี้ที่จะต้องมีการป้องกัน แต่ก็เป็นสาเหตุที่คนยังไม่มั่นใจว่าการคอร์รัปชั่นจะลดลงไปมากเท่าไร
สำหรับสาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศ ผู้ตอบแบบสอบถามยังคงมองว่าปัญหายังเกิดจากกฎหมาย ที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลยพินิจที่เอื้อต่อการทุจริต ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎระเบียบ และกระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก ขาดกลไกการกำกับดูแลกิจการและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และมีความล่าช้า ยุ่งยากของขั้นตอนในการดำเนินการของราชการ
ขณะที่รูปแบบการคอร์รัปชั่นที่เกิดบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่มองว่าคือการให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก การเอื้อประโยชน์แก่ญาติและพรรคพวก และการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในภายหลัง



