ข่าว

ผลิตผงพอกหน้าแบรนด์"กุลา" วิถีเพิ่มค่าข้าวหอมคนหนองแคน!

ผลิตผงพอกหน้าแบรนด์"กุลา" วิถีเพิ่มค่าข้าวหอมคนหนองแคน!

13 ก.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

              ต.หนองแคน อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา เริ่มรวมกลุ่มกันพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตั้งแต่ปี 2553 โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นำผลผลิตของชุมชน คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีหรือข้าวอินทรีย์มาสีในโรงสีชุมชน แล้วบรรจุกล่องสวยงามออกจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120 บาท เดือนหนึ่งผลิตได้ประมาณ 2,000 กิโลกรัม หรือ 2,000 กล่อง

             สว่าง สุขแสง ผู้ประสานงานเศรษฐกิจชุมชน ต.หนองแคน เล่าว่า หลังจากนั้นจึงได้คิดต่อยอดแปรรูปข้าวหอมมะลิอินทรีย์ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นนำสมุนไพรที่มีอยู่ในป่าชุมชนหลายชนิด เช่น ไพล กวาวเครือ ว่านนางคา เสลดพังพอน ฟ้าทะลายโจร เครือหมาน้อย และพญายา (พม่าเรียกว่า “ทานาคา”) มาบดแล้วผสมกับแป้งข้าวหอมมะลิ เพื่อใช้เป็นผงพอกหน้า มีสรรพคุณบำรุงใบหน้า (พญายา) ลดการอักเสบของสิว (ฟ้าทะลายโจร) และทำให้ใบหน้าผ่องใส (ว่านนางคำ) ฯลฯ ก่อนนำสูตรดังกล่าวไปให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้สูตรที่เหมาะสมและวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน

            เมื่อได้สูตรและวิธีการผลิตที่ลงตัว ปี 2555 ชุมชนจึงเริ่มผลิตสินค้าออกจำหน่าย ใช้ชื่อว่า “ผงพอกหน้าข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้”(Jasmine Rice Powder Mask Thung Kula Ronghai) บรรจุซองจำหน่าย ขนาด 15 กรัม ราคาซองละ 50 บาท มีสรรพคุณช่วยให้ใบหน้าและผิวหนังเต่งตึง ผ่องใส ลดการอักเสบของสิว ส่วนกรรมวิธีการผลิตก็จะนำสมุนไพรทั้ง 7 ชนิดมาตากแห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่องจักร ผสมกับแป้งข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาตามสูตร ก่อนนำมาบรรจุถุงอะลูมิเนียมฟอยล์ซองละ 15 กรัม

           “การนำข้าวหอมมะลิมาผลิตเป็นผงพอกหน้า สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลายเท่า จากข้าว 1 กิโลกรัม ราคาเพียง 120 บาท แต่เมื่อผลิตเป็นผงพอกหน้าสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 4,000 บาท เดือนหนึ่งผลิตได้ประมาณ 500 ซอง และกำลังจะเพิ่มเป็นเดือนละ 3,000 ซอง ขณะนี้ได้ส่งไปให้คนไทยที่อยู่ในยุโรปทดลองใช้เพื่อเป็นการขยายตลาด ส่วนในประเทศก็ใช้ช่องทางสื่อออนไลน์จัดจำหน่าย” นายสว่าง กล่าวและขยายความว่า ขณะนี้ชุมชนกำลังจัดทำระบบบริหารคุณภาพหรือ ไอเอสโอ 9000 : 2015 เพื่อให้ได้มาตรฐานการรับรองของไอเอสโอ ซึ่งหากผ่านการรับรองก็จะทำให้สินค้ามีความน่าเชื่อถือและสามารถส่งไปขายได้ทั่วโลก

            จึงนับได้ว่า ต.หนองแคน เป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนใน จ.ร้อยเอ็ด ที่ใช้ข้าวหอมมะลิผลผลิตของชุมชนมาพัฒนาเป็นสินค้าต่างๆ เช่น ผงพอกหน้า สบู่ข้าวกล้อง ซึ่งสินค้าต่างๆ นอกจากจัดจำหน่ายทางสื่อออนไลน์แล้ว ยังผ่านเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน การออกบูธตามงานแสดงสินค้า และวางขายนักท่องเที่ยวที่โรงแรมเพชรรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีชาวบ้านร่วมผลิต 150 ครอบครัว สามารถสร้างรายได้เข้ากลุ่มเดือนละ 2 หมื่นบาท และตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้เป็นเดือนละ 1 แสนบาทในอนาคตอันใกล้

            สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชุมชน หรือต้องการดูงานสามารถติดต่อ นายสว่าง สุขแสง ได้ที่ 08-4027-3039