ข่าว

ตาชีวิตลำเค็ญไม่มีประปา-ไฟฟ้าใช้ทั้งชีวิต

ตาชีวิตลำเค็ญไม่มีประปา-ไฟฟ้าใช้ทั้งชีวิต

12 ก.ค. 2559

 พบตาวัย 68 ปี เก็บของเก่าขายประทังชีวิต ไม่เคยใช้น้ำประปาตั้งแต่เกิด สุดลำเค็ญไม่มีไฟฟ้าใช้ แถมบ้านทรุดโทรม วอนสังคมช่วยเหลือ

           เรื่องราวรันทดรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 12 กรกฏาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากประชาชนและชาวโซเชียลว่า มีคุณตาอายุมาก พักอาศัยอยู่บริเวณบ้านหลังเก่าๆ ริมแม่น้ำป่าสัก ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยไม่เคยใช้น้ำประปา ต้องใช้น้ำคลองมาทั้งชีวิต และยังไม่มีไฟฟ้าใช้อีกด้วย ที่สำคัญบ้านกำลังทรุดโทรมใกล้พัง ทุกวันต้องไปเดินเก็บของเก่ามาเป็นค่าข้างประทังชีวิตทุกวัน อยากให้หน่วยงานหรือคนมีน้ำใจเข้าไปช่วยเหลือ

           ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่า คุณตาที่มีประชาชนพูดถึงและโพสต์ข้อความในโซเชียลชื่อ นายตี๋ แซ่อื้อ อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 66 ม 12 ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา สภาพบ้านเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ฝาผนังและบันไดขึ้นบ้านผุมาก อีกทั้งสังกะสียังมีรูรั่วทั้งหลัง ภายในบ้านรกรุงรัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ และยังพบว่า มีขวดน้ำดื่มเป็นแพคกับข้าวสารที่มีผู้นำมามอบให้ โดยทางเข้าบ้านเป็นป่ารกต้องเดินรอดซุ้มไม้อย่างยากลำบาก

           นายตี๋ เปิดเผยว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้มาทั้งชีวิต โดยพ่อแม่เป็นชาวจีนเดินทางมาจากแผ่นดินใหญ่ แล้วมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ ตั้งแต่จำความได้ โดยพ่อแม่ทำงานที่คานเรือวัดกล้วย ต.กระมัง จนพ่อแม่เสียชีวิตหมด ตนก็อยู่เพียงลำพัง เคยมีภรรยาก็เลิกกันไป ลูกหลานก็ไม่ได้มาดูแลต้องอยู่คนเดียว โดยอาศัยเก็บเศษของที่เหลือใช้หรือของเก่านำไปขายได้เงินพอเป็นค่าข้าวแต่ละวัน แต่ก็ได้เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาเดือนละ 600 บาททุกเดือน ซึ่งตอนนี้ที่ลำบากมาก คือ หลังคารั่วไม่มีที่จะหลบฝนได้เวลาฝนตกเปียกทั้งหลัง

           ส่วนน้ำประปาก็ไม่เคยใช้ใช้น้ำจากแม่น้ำป่าสักมาตั้งแต่เกิด โดยจะนำน้ำมาแกว่งสารส้มแล้วต้มเก็บไว้ ไฟฟ้าก็ไม่มีเนื่องจากสายไฟฟ้าไม่สามารถเข้ามาบ้านได้เพราะต้องผ่านที่ดินของคนอื่น สิ่งที่อยากได้ตอนนี้อยากได้หลังคาสังกะสี ภาชนะสำหรับต้มใส่ข้าว และอยากให้ซ่อมบันไดและฝาบ้าน แต่ก็ต้องใช้เงินซึ่งตนไม่มี คงต้องวอนผู้ใจบุญมาช่วยเหลือ ส่วนไฟฟ้านั้นก็คงไม่จำเป็นแล้ว ยังคงจุดตะเกียงได้ เพราะถ้ามีไฟตนก็ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้าแน่นอน นายตี๋กล่าวในที่สุด

 

อุดรธานีเด็กชาย8ขวบยอดกตัญญูรับภาระช่วยครอบครัวเกินวัย

          ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์เฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า ผอ.บ้านนอก นครหนองหาน ของนายธรรมรัตน์ ธรรมพุทธวงศ์ ผอ.โรงเรียนบ้านบ่อคำ ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน ได้โพสต์เรื่องราวของลูกศิษย์ในโรงเรียน มีความกตัญญูดูแลแม่ ตา ยาย ที่ป่วย และน้องคนเล็กวัย 1 ขวบ โดยเขียนข้อความว่า“ไปเยี่ยมนักเรียน ขาดเรียนบ่อย ดราม่า หนักกว่าละคร อยู่กับยายหลังค่อม ตามลำพัง พ่อไม่มี แม่นอนป่วยเรื้อรังอยู่ รพ.หนองหาน กลางทุ่งนา ไม่มีไฟฟ้า ปั่นรถจักรยานไปกลับวัน 4 กิโลเมตร”

          นายธรรมรัตน์ กล่าวว่า ลูกศิษย์รายนี้ชื่อ ด.ช.อรรคพล บุญมี หรือ น้องฟีโน่ อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านบ่อคำ วันนี้น้องฟีโน่ไม่ได้มาโรงเรียนเพราะป่วยเป็นไข้หวัดเมื่อเดินทางไปบ้านเด็กชาย พบว่าบ้านอยู่บริเวณป่าอ้อย ไม่มีไฟฟ้า ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กม. เส้นทางเป็นถนนลูกรัง ในบ้านพบน้องฟีโน่ อาศัยอยู่กับคุณยายแดง บุญมี อายุ 63 ปี ป่วยพิการหลังค่อม คุณตาสี พาภักดี อายุ 60 ปี ตาฝ้าฟาง มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ที่ได้ค่าจ้างวันละ 100-200 บาท บางวันไม่มีรายได้เลย ส่วนแม่ของน้องฟีโน่ ทราบว่า ขณะนี้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองหาน ส่วนพ่อเลิกรากับแม่น้องฟีโน่นานแล้ว

          จากการพูดคุยสอบถาม ทราบว่า น้องฟีโน่ มีภาระการเรียนหนังสือ นอกจากนี้ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง ทั้งโยกน้ำบาดาลใส่ห้องน้ำ ออกหาผัก หาดักปลาในหนองน้ำ เพื่อนำมาเป็นอาหารในครอบครัว ต้องอดมื้อกินมื้อ ทำให้น้องฟีโน่ต้องขาดเรียนบ่อยครั้ง เพราะต้องไปดูแลทั้งครอบครัว ที่มีตา ยาย และน้องชาย บางวันต้องไปนอนที่โรงพยาบาลหนองหาน เพื่ออยู่ดูแลเป็นเพื่อนแม่ที่ป่วย รักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองหาน

          ด.ช.อรรคพล หรือ น้องฟีโน่ เล่าว่า เหตุที่ตัวเองต้องขาดเรียนบ่อย ๆ เพราะต้องไปดูแลครอบครัว โดยเฉพาะต้องดูแม่ที่ป่วยที่โรงพยาบาล เพราะว่าแม่ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย จึงต้องไปคอยดูแล เมื่อกลับมาบ้านตนเองจะต้องช่วยตาและยายทำงานบ้านทุกอย่าง หากมีผู้ใจบุญช่วยที่ต้องการช่วยเหลือ อยากจะได้จักรยาน และได้เงิน เพื่อมาเป็นทุนการศึกษา

          นายธรรมรัตน์ กล่าวว่า นำเรื่องราวของน้องฟีโน่โพสลงในโลกโซเซียล เพราะเห็นว่าชีวิตน้องฟีโน่ยิ่งกว่าละคร เมื่อมาเยี่ยมที่บ้านเพราะเห็นว่าเด็กขาดเรียนบ่อย เมื่อมาพบสภาพบ้านที่ทรุดโทรม ไม่มีไฟฟ้าใช้ ที่สร้างในที่ดินของตาและยาย ประมาณ 1 ไร่ ฐานะครอบครัวที่ยากจน ภาระทั้งหมดน้องฟีโน่เป็นผู้ทำทุกอย่าง

          “หากแม่ฟีโน่ไป รพ.หนองหาน เขาต้องขาดเรียน เพราะต้องไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาล การเดินทางมาโรงเรียนต้องปั่นจักรยานไป-กลับ ประมาณ 4 กม.ในสภาพถนนลูกรัง หากวันไหนฝนตกก็ต้องตากฝนมา เห็นแล้วน่าสงสารมาก วันนี้ป่วยเป็นไข้หวัดไม่ได้ไปโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอ เพราะไม่มีเงิน ”นายธรรมรัตน์ กล่าว