ข่าว

เล็ง ใช้คำสั่งคสช.กับกลุ่มเคลื่อนไหว ร้องทูลเกล้าฯพระสังฆราช

เล็ง ใช้คำสั่งคสช.กับกลุ่มเคลื่อนไหว ร้องทูลเกล้าฯพระสังฆราช

12 ก.ค. 2559

"บิ๊กตู่” เล็งใช้คำสั่งคสช. จับไม่เว้นหน้า กลุ่มขู่เคลื่อนไหว “พระเมธีฯ” หากไม่ทูลเกล้าฯ ชื่อสมเด็จพระสังฆราช ใน7วัน ส่วนกรณี “ธัมมชโย” ยังอยู่ มีตร.เฝ้าตลอด

          12 ก.ค.59 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ ยื่นหนังสือคัดค้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ) เป็นสมเด็จพระสังฆราช โดยระบุว่ายังมีปัญหาคดีความ และยังอยู่ระหว่งการตรวจสอบการละเมิดพระธรรมวินัย ว่า โดยกล่าวย้อนถามว่าจะให้ใช้อำนาจอะไรในการตรวจสอบ จะให้ใช้มาตรา 44 หรืออำนาจของนายกรัฐมนตรี แล้วจะให้สอบสวนในประเด็นอะไร อย่าลืมว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเขากำลังสอบอยู่ ในทุก ๆ คดี อยู่ในขั้นตอน และกระบวนการ วันนี้ต้องเข้าใจว่าเมื่อทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการ ก็จะมีขั้นตอนดำเนินการสอบไปเรื่อยๆ ยกเว้นอะไรที่ไม่เข้ากระบวนการ นั่นคือปัญหาของประเทศ เมื่อวันนี้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวก็ต้องมีการสอบก็จะได้ผลการสอบสวนโดยเร็ว เพียงแต่อย่าไปเอาสถานการณ์อื่นมาเพิ่ม เป็นคดีอีกมากมาย จนเจ้าหน้าที่ไม่มีเวลาจะทำ

          เมื่อถามว่านายไพบูลย์ และคณะยังเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องการกระทำผิดพระธรรมวินัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ได้มีการพูดคุยมาโดยตลอด อะไรที่เป็นเรื่องของคดีความทางมส. ก็ไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ถ้าเมื่อไรมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของสงฆ์ ก็จะว่ากันอีกที ทุกอย่างมีขั้นตอนถ้าไม่ไปเร่งรัดก็สามารถไปได้ทั้งหมด       

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เตรียมเคลื่อนไหว ภายใน 7 วัน หากยังไม่มีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ตกลงประเทศไทยเป็นรัฐของใคร” ส่วน รัฐบาลจะดูแลอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบขึ้นในสังคม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ก็ออกมา กฎหมายเขามีหรือเปล่า คำสั่งคสช. เขาว่าอย่างไร ชุมนุมเกิน 5 คนได้หรือเปล่า อยากเคลื่อนไหวก็ออกมา จับวันนี้ไม่ได้ก็จับพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะใครทั้งนั้น ผมไม่ได้พูดแค่ผู้ที่ถูกกล่าวชื่ออย่างเดียว ทั้งหมดนั่นแหละ วันนี้จับไม่ได้ก็พรุ่งนี้ ถ้ายังไม่ได้ก็เป็นมะรืนนี้ อย่างไรก็โดนจับอยู่ดีนั่นแหละ เพราะมันผิดกฎหมาย ผมไม่ปล่อยปะละเลย จะเอาอย่างไรกันอีก จะปล่อยให้มันเละเทะ ปล่อยให้ใครอยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้นหรือ มายื่นคำขาดกับผมอย่างนี้ได้หรือ ผมควรจะเป็นคนยื่นคำขาดมากกว่าแต่ผมยังไม่ทำเลย สื่อก็ชอบไปให้เครดิตแบบนี้แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร ผมอยากจะรูนัก ถ้าเขาออกมาแล้วพวกคุณได้อะไร หรือถ้าไม่ออกมาแล้วได้อะไร ก็ไม่เห็นจะได้อะไรสักอย่าง นอกจากได้ข่าวมาเขียนแล้วปล่อยให้ประเทศชาติเป็นอย่างไรช่างมันก็เอาสิ เขียนข่าวกันเข้าไป”      

          ส่วนกรณีที่สังคมสงสัยว่าพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "สื่อไปช่วยดูให้ผมหน่อย ในทางการข่าวยังไม่มีรายงานว่าไปไหน เห็นว่าก็ยังอยู่ในวัด ผมก็เฝ้ามาตั้งแต่ต้น ตำรวจเองก็อยู่มาตลอด ส่วนจะออกไปทางไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าจะออก สื่อไปช่วยผมหาหน่อยว่ายังอยู่หรือเปล่า เพราะผมเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว จะเข้าไปก็ต้องลุยเข้าไป แล้วก็เกิดความเดือดร้อนขึ้นมา