‘จักรทิพย์’สั่ง‘ศานิตย์’เร่งสอบคดี‘ร.ต.อ.’ซื้อตำแหน่ง
‘จักรทิพย์’ยันตร.ไม่มีซื้อขายเก้าอี้ สั่ง ‘ศานิตย์’ เร่งตรวจสอบคดีฉาวร.ต.อ.จ่าย7แสนซื้อตำแหน่ง ผบก.น.6ตั้งกรรมการสอบแล้ว 'ร.ต.อ.'เจอพิษคดีฉาวยื่นลางาน4วัน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข รองสว.จร. สน.นิมิตรใหม่ เข้าแจ้งความเอาผิด ร.ต.อ. ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รองสวป. สน.บางรัก หลอกเอาเงิน 7 แสนบาท เพื่อแลกกับการซื้อตำแหน่งสารวัตร ว่า ตนทราบเรื่องนี้แล้ว และได้มอบให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) ดำเนินการตรวจสอบ และยืนยันว่าจริงๆการแต่งตั้งในระบบไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ถ้ามีจริงคนอื่นคงได้เป็นสารวัตรกันไปแล้ว ส่วนจะไปแอบทำกันเองหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสื่อมเสียหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็มีบ้างที่เรื่องที่เกิดขึ้นถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ อาจส่งผลกระทบไม่มาก เพราะเป็นการกระทำคนส่วนน้อย อย่างไรก็ตามคนทำผิดต้องถูกดำเนินคดีอยู่ แต่ต้องฟังความทั้งสองข้างว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีการวิ่งเต้นจ่ายเงินซื้อขายตำแหน่งจริงก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบว่าจะให้ออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งเท่าที่รู้กรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้มีเพียงเคสนี้เพียงเคสเดียวเท่านั้น
ผบก.น.6ตั้งกรรมการสอบร.ต.อ.
เมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี รองสว.จร.สน.นิมิตรใหม่ แจ้งความดำเนินคดีกับ รอง สวป.สน.บางรัก หลังมีการจ่ายเงินให้วิ่งเต้นเพื่อขึ้นตำแหน่งสารวัตร จำนวน 7 แสนบาท ว่า เบื้องต้นทาง ผกก.สน.บางรัก ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของ รอง สวป.สน.บางรัก ที่ถูกกล่าวหาได้รายงานให้ตนทราบแล้วในเบื้องต้น ว่า มีข้าราชการตำรวจต้องคดีถูกกล่าวหา ตามระเบียบถ้าข้าราชการตำรวจในสังกัดของใครไปกระทำความผิดแล้วมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะต้องกลับมารายงานตัวต้องคดี เมื่อ สน.บางรักได้รับแจ้งแล้วก็ประมวลเรื่องแจ้งมาที่ บก.น.6 ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยสั่งให้ สน.บางรัก ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบนานแค่ไหน พล.ต.ต.ทรงพล บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วสำนวนประกอบทางวินัยก็ต้องดูผลทางคดีอาญาด้วย ฉะนั้นจะต้องเดินคู่ขนานกัน ซึ่งทาง บก.น.6 จะตรวจสอบในเรื่องทางวินัยในฐานะที่เป็นต้นสังกัด ส่วนเรื่องทางคดีจะเป็น สน.บางซื่อ ซึ่งจะมีการกล่าวหากันอย่างไร ในรายละเอียดก็ต้องไปว่ากันในเนื้อสำนวนการสอบสวน อาจจะใช้ระยะเวลา ด้วยเหตุผลว่าถ้าการสอบสวนยังไม่เสร็จจะมีการขอขยายระยะเวลาในการสอบสวน ซึ่งการสอบวินัยต้องรอผลทางคดี เมื่อมีการกล่าวหา มีการกระทำผิดจริงหรือไม่อย่างไร ก็คงใช้ระยะเวลาพอสมควร
เมื่อถามว่ามีการสั่งพักงาน รอง สวป.สน.บางรัก หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือยัง พล.ต.ต.ทรงพล ตอบว่า ก็ต้องดูผลที่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเสนอขึ้นมาก่อน อาจจะดูว่าควรจะให้ทำในหน้าที่ไหน และหากพบว่ามีความผิดจริง บทลงโทษก็ตามระเบียบที่มีอยู่แล้ว คือไล่ออก หรือ ปลดออก
'ร.ต.อ.'เจอพิษคดีฉาวยื่นลางาน4วัน
ที่สน.บางรัก พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางรัก เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นทาง สน.บางซื่อ ได้ส่งหนังสือรายงานคดีมายังตน เนื่องจากทางร.ต.อ.ชนินท์ธัช เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่สน.บางรัก ซึ่งทางร.ต.อ.ชนินท์ธัช ได้ทำหนังสือรายงานชี้แจงมาโดยระบุว่าได้ต้องคดีอาญามา ต่อมาตนได้นำเรียนพล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เพื่อรายงานเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและจะประสานกับทางสน.บางซื่อเพื่อตรวจสอบว่าทางร.ต.อ.ชนินท์ธัชมีความผิดจริงหรือไม่ ในส่วนของการดำเนินคดีตามความผิดนั้นจะแบ่งออกเป็นสองกรณีคือ กรณีการดำเนินความผิดคดีอาญานั้นทางสน.บางซื่อจะเป็นผู้ดำเนินการ และการดำเนินความผิดทางวินัยจะเป็นของทาง สน.บางรัก ซึ่งจะดำเนินตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง ร.ต.อ.ชนินท์ธัช เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีการตอบรับโทรศัพท์แต่อย่างใด โดยทางรองสวป.คนดังกล่าวได้ทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาเพื่อขอลาพักราชการเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 ก.ค. ซึ่งไม่ได้ระบุว่าลาไปเนื่องด้วยเหตุใด
สำหรับประวัติของร.ต.อ.ชนินท์ธัชนั้น เรียนจบจากนักเรียนพลตำรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาลรุ่นที่ 76 และได้รับการแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตำรวจเอก เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2558 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกย้ายมาลงในตำแหน่ง รองสวป.สน.บางรัก ในปัจจุบัน



