
“อนุฯกรธ.”เล็งชำแหละ เอกสารเห็นแย้งร่างรธน. ของ “ปชต.ใหม่”
“อนุฯ กรธ.” เล็งชำแหละ เอกสารเห็นแย้งร่างรธน. ของ “ปชต.ใหม่” อีกรอบ หลังพบเนื้อหา แยกเป็น4ประเด็น ทั้งที่ผิด และไม่ผิดกฎหมาย
12ก.ค.59– ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำเนื้อหาในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ. เป็นประธานอนุฯ ให้ตรวจสอบเอกสารความเห็นแย้ง คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ10เรื่องที่น่ารู้ ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และใบปลิว ระบุถึง7เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมกรธ. รับทราบเป็นเบื้องต้นไปเมื่อวันที่11ก.ค. ไปแล้วนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวจาก กรธ. แจ้งว่า ที่ประชุมยังไม่มีมติที่ชัดเจนต่อการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ผลิตเอกสารทั้ง2ฉบับดังกล่าว เพราะกรธ. ต้องการให้จำแนกรายละเอียดของเอกสารให้แยกเป็นประเด็นๆ ที่ชัดเจน ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ได้นัดประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันที่15ก.ค. นี้ โดยเบื้องต้นจะแบ่งการพิจารณารายละเอียดเป็น4ประเด็น คือ ประเด็นที่เป็นความเห็นต่าง, ประเด็นที่เป็นความเห็นแย้ง ซึ่ง2ลักษณะนั้นไม่ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย และ ประเด็นที่บอกข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน และ ประเด็นที่เป็นข้อความที่บิดเบือน ซึ่ง2ลักษณะดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559มาตรา61วรรคสอง ที่มีสาระสำคัญระบุถึงการเผยแพร่ข้อความที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ปลุกระดม โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ หรือไม่ออกเสียง จะถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งหลังจากที่อนุกรรมการฯ ได้ข้อสรุปในรายละเอียดดังกล่าวแล้ว จะเสนอให้ที่ประชุมกรธ. พิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้มี2ทางเลือกที่ทำได้ คือ ส่งเรื่องให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมาย หรือ กรธ. ใช้พื้นที่สื่อสารข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดตามเนื้อหาของเอกสารของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่
ขณะที่แหล่งข่าวจาก กรธ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ในเอกสารส่วนของ7เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่นั้น ทั้งหมดถือว่าเข้าข่ายให้ข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน และมีการบิดเบือน อาทิ เหตุผลที่ระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญสถาปนารัฐข้าราชการเป็นใหญ่ พร้อมนำสาระสำคัญของบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ปลัดกระทรวงขึ้นรักษาราชการแทนรัฐมนตรี กรณีที่คณะรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งทั้งคณะ โดยไม่ผ่านการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน เพราะตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติเขียนไว้เฉพาะกรณีที่มีปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และเพื่อเป็นทางออกของประเทศ แต่กรณีที่นำข้อมูลนำเสนอโดยไม่ครบถ้วนดังกล่าว ถือเป็นจุดที่ทำให้ประชาชนเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญที่ไขว้เขว และกระทบต่อการตัดสินใจลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วยความเข้าใจผิด จึงถือว่าการสื่อความดังกล่าวมีเจตนามุ่งหวังให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปออกเสียงประชามติอย่างใดอย่างหนึ่ง
“เหตุผลสำคัญที่ต้องแจกแจงรายละเอียดของเอกสารของกลุ่มประชาธิปไตยให้เป็นประเด็นๆ ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นปัญหา หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะนำกรณีดังกล่าวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการพิสูจน์ทราบในการกระทำดังกล่าวจำเป็นที่ต้องพิสูจน์ว่าบุคคลใดที่เป็นผู้ผลิตถ้อยคำในเอกสาร เพื่อเอาผิดตามกฎหมาย ส่วนบุคคลที่นำเอกสารไปแจกนั้น หากไม่สามารถพิสูจน์เจตนาได้ว่ามีความเชื่อตามอย่างไม่สุจริตใจ อาจมีช่องว่างในการดำเนินการทางกฎหมาย เพราะอยู่ในสถานะผู้สนับสนุนการกระทำเท่านั้น” แหล่งข่าวจาก กรธ. ระบุ



