ข่าว

ศาลชี้จีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์อ้างครอบครองน่านน้ำ

ศาลชี้จีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์อ้างครอบครองน่านน้ำ

12 ก.ค. 2559

ศาลอนุญาโตตุลาการตัดสินเข้าข้างฟิลิปปินส์ ชี้การใช้สิทธิทางประวัติศาสตร์ของจีนอ้างกรรมสิทธิน่านน้ำพิพาท ไม่มีกฎหมายรองรับ

          ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ที่นครเฮกของเนเธอร์แลนด์ มีคำตัดสินวันนี้ว่า การอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์เหนือน่านน้ำหรือทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่เส้นประ 9 จุดตามแผนที่ทะลจีนใต้ที่จีนกำหนดเอง ไม่มีข้อสนับสนุนทางกฎหมายรองรับ  จีนก่อผลกระทบอย่างถาวรและไม่สามารถบูรณะได้ต่อระบบนิเวศปะการังที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ และจีนละเมิดสิทธิ์อธิปไตยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ ด้วยการแทรกแซงการทำประมงและการสำรวจน้ำมันของฟิลิปปินส์ ด้วยการก่อสร้างเกาะเทียม และไม่ได้ป้องกันชาวประมงของจีนเข้าไปจับปลาในน่านน้ำนั้น   

           ส่วนบรรยากาศด้านนอกศาล มีผู้สนับสนุนทั้งของจีนและฟิลิปปินส์รวมตัวประจัญหน้ากัน โดยผู้สนับสนุนฟิลิปปินส์ ตะโกนไล่ให้จีนออกไปจากน่านน้ำฟิลิปปินส์ 

           สถานทูตฟิลิปปินส์ในจีนเตือนวันนี้ก่อนมีคำตัดสินของศาล โดยให้พลเมืองระมัดระวังความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการร่วมชุมนุมและการเสวนาทางการเมือง โดยเฉพาะแสดงความเห็นทางการเมืองในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงให้พบบัตรประจำตัวตลอดเวลา      

           ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องเมื่อเดือนม.ค.2556 ใน 15 ประเด็นกรณีจีนอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองพื้นที่กว่า 80% ในทะเลจีนใต้ ซึ่งฟิลิปปินส์เรียกว่าทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก โดยทับซ้อนกับการอ้างกรรมสิทธิ์ของฟิลิปปินส์       

           การยื่นฟ้องมีขึ้นหลังจากจีนเข้ายึดสันดอน สการ์โบโรห์ ซึ่งเป็นแนวปะการังนอกชายฝั่งเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2555 หลังการเผชิญหน้าระหว่างเรือจีนและเรือฟิลิปปินส์ขณะที่จีนขยายการอ้างกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างเกาะเทียม 8 แห่ง และลานบินรองรับเครื่องบินของกองทัพ 

           แต่จีนยืนยันศาลไม่มีอำนาจในการตัดสิน และจะไม่เคารพคำตัดสินใดๆ รวมทั้งต้องการให้เป็นการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างชาติคู่ขัดแย้งที่อ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ พร้อมกับอ้างว่ามีหลายชาติที่สนับสนุนจุดยืนของจีน

           ขณะเดียวกันฟิลิปปินส์อ้างว่ามีกว่า 40 ชาติที่สนับสนุนให้ศาลอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเรื่องนี้ และโลกคาดหวังว่าจีนจะเคารพและปฏิบัติตามคำตัดสิน นอกจากนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์จัดนิทรรศการแสดงแผนที่เก่า 60 ฉบับที่เป็นสิ่งยืนยันว่าจีนไม่เคยเป็นเจ้าของแนวปะการังสการ์โบโรห์ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ 

           ขณะที่ประชาชนและนักเคลื่อนไหวชาวฟิลิปปินส์ เดินขบวนประท้วงและชุมนุมหน้าสถานกงสุลจีนในเมืองมากาติ เขตเมโทร มะนิลาเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้จีนยอมรับคำพิพากษาของคณะอนุญาโตตุลาการ และมีกระแสรณรงค์ในสื่อสังคมออนไลน์ให้ร่วมกันติดแฮชแทค #CHexit (เช็ค-สิท) หรือย่อมาจาก China + Exit เพื่อขอให้จีนออกไปจากพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยประชาชนบางคนโพสข้อความ บอกให้จีนหยุดทำร้ายเพื่อนบ้าน และพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของจีน 

           ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า คำตัดสินคดีนี้จะได้รับการจับตาของอีก 4 ชาติที่อ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนในทะเลจีนใต้ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน และจีนจะต้องวางตัวไม่ให้ก้าวร้าวเกินไปเพราะอาจกระตุ้นให้บางชาติยื่นฟ้องบ้าง แต่คำตัดสินคงไม่อาจยับยั้งความพยายามของจีนที่จะเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มการครอบครองทั้งน่านน้ำและน่านฟ้าในทะเลจีนใต้

           ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องเมื่อเดือนม.ค.2556 ใน 15 ประเด็นกรณีจีนอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองพื้นที่กว่า 80% ในทะเลจีนใต้ ซึ่งฟิลิปปินส์เรียกว่าทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก โดยทับซ้อนกับการอ้างกรรมสิทธิ์ของฟิลิปปินส์         การยื่นฟ้องมีขึ้นหลังจากจีนเข้ายึดสันดอน สการ์โบโรห์ ซึ่งเป็นแนวปะการังนอกชายฝั่งเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์เมื่อปี 2555 หลังการเผชิญหน้าระหว่างเรือจีนและเรือฟิลิปปินส์ขณะที่จีนขยายการอ้างกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างเกาะเทียม 8 แห่ง และลานบินรองรับเครื่องบินของกองทัพ 

           แต่จีนยืนยันศาลไม่มีอำนาจในการตัดสิน และจะไม่เคารพคำตัดสินใดๆ รวมทั้งต้องการให้เป็นการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างชาติคู่ขัดแย้งที่อ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ พร้อมกับอ้างว่ามีหลายชาติที่สนับสนุนจุดยืนของจีน

           ขณะเดียวกันฟิลิปปินส์อ้างว่ามีกว่า 40 ชาติที่สนับสนุนให้ศาลอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเรื่องนี้ และโลกคาดหวังว่าจีนจะเคารพและปฏิบัติตามคำตัดสิน นอกจากนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์จัดนิทรรศการแสดงแผนที่เก่า 60 ฉบับที่เป็นสิ่งยืนยันว่าจีนไม่เคยเป็นเจ้าของแนวปะการังสการ์โบโรห์ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ 

           ขณะที่ประชาชนและนักเคลื่อนไหวชาวฟิลิปปินส์ เดินขบวนประท้วงและชุมนุมหน้าสถานกงสุลจีนในเมืองมากาติ เขตเมโทร มะนิลาเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้จีนยอมรับคำพิพากษาของคณะอนุญาโตตุลาการ และมีกระแสรณรงค์ในสื่อสังคมออนไลน์ให้ร่วมกันติดแฮชแทค #CHexit (เช็ค-สิท) หรือย่อมาจาก China + Exit เพื่อขอให้จีนออกไปจากพื้นที่ทะเลจีนใต้ โดยประชาชนบางคนโพสข้อความ บอกให้จีนหยุดทำร้ายเพื่อนบ้าน และพื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของจีน 

           ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า คำตัดสินคดีนี้จะได้รับการจับตาของอีก 4 ชาติที่อ้างกรรมสิทธิ์บางส่วนในทะเลจีนใต้ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน และจีนจะต้องวางตัวไม่ให้ก้าวร้าวเกินไปเพราะอาจกระตุ้นให้บางชาติยื่นฟ้องบ้าง แต่คำตัดสินคงไม่อาจยับยั้งความพยายามของจีนที่จะเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มการครอบครองทั้งน่านน้ำและน่านฟ้าในทะเลจีนใต้
 

นายกฯไทยชี้ปัญหาทะเลจีนใต้เป็นเรื่องของคู่ขัดแย้ง 

           เมื่อเวลา 15.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่คณะอนุญาโตตุลาการถาวรในกรุงเฮกจะประกาศคำวินิจฉัยในคดีทะเลจีนใต้ ที่ฟิลิปปินส์เป็นผู้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2556 ในวันที่ 12 ก.ค. ว่า เป็นเรื่องของคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนของเราเป็นเรื่องมติของอาเซียนในการทำให้เป็นทะเลแห่งความร่วมมือ ทะเลแห่งมิตรไมตรีมันคนละเรื่องกัน 

           เมื่อถามว่า ไทยจะมีการผลักดันเรื่องนี้ในการประชุมผู้นำอาเซียนในช่วงปลายเดือนก.ค.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำไมจะตนจะต้องไปผลักดันใคร การพูดคุยวันนี้เป็นเรื่องของประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้ง เราอยู่ตรงนั้นหรือไม่ เราก็ไม่ได้อยู่ เราเป็นอาเซียนก็ไปหามติในอาเซียนด้วยกัน ว่าทั้งหมดคิดอย่างไร ตอนนี้คิดอย่างไรก็เก็บไว้ก่อนจะมาพูดอะไรตอนนี้เดี๋ยวเขาไปพูดกันเอง ซึ่งเขาคงคุยเรื่องนี้ทุกทีแต่ยังไม่ได้คำตอบ เราก็เคยเป็นประเทศผู้ประสานงานปีนี้เป็นเรื่องของสิงคโปร์และสิงค์โปรเป็นผู้ประสานงานต่อ เราก็คอยช่วยเหลือสนับสนุน แต่การแสดงความคิดเห็นโดดๆ คงทำไม่ได้