ข่าว

“ศานิตย์”ยันเรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่งโทษจำคุก 5 ปี

“ศานิตย์”ยันเรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่งโทษจำคุก 5 ปี

12 ก.ค. 2559

“พล.ต.ท.ศานิตย์” ระบุ ตำรวจที่เรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง ต้องเจอโทษจำคุก 5 ปี ส่วนคนจ่ายน่าจะผิดวินัย

        เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รักษาการผบช.น.) กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง คงใช้เวลาไม่นานความจริงคงกระจ่าง เรื่องนี้จริงหรือเท็จไม่รู้ ถ้าซื้อได้จริง รอง สว. ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย รองสวป.สน.บางรัก ที่ถูกระบุว่าเรียกเงิน ควรได้เป็นสารวัตร เรื่องนี้เป็นหนึ่งในหลายๆส่วน มีแค่รายเดียวจะเป็นธรรมหรือไม่ ตนยืนยันเรายึดหลักการถูกต้อง ก่อนถูกใจ

        เรื่องนี้ทางพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) จะเร่งดำเนินการ ผู้เรียกรับเงินโดน ม.143 โทษคุก 5 ปี ส่วนคนจ่าย ต้องตรวจสอบ ตนเชื่อว่าเบื้องต้นน่าจะผิดวินัย แต่จะผิดอาญาหรือไม่ต้องดูก่อน ตนก็ไม่รู้จัก รตอ.ชนินทร์ทัต เขาเป็น รตอ.จะมีฤทธิ์มีเดชอะไร วันนี้ทางผบก.น.2 ลงพื้นที่ สน.บางซื่อ

          ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 22.00น.วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ร.ต.อ.ชาญชาย เย็นสุข อายุ 39 ปี รองสว.จร.สน.นิมิตรใหม่ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.หญิงจิราพร มณฑลทอง รองสว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ โดยกล่าวหาว่า ร.ต.อ.ชนินท์ธัช รัตน์ชิโนตรัย อายุ 38 ปี รองสวป.สน.บางรัก ทำการเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน 

       ทั้งนี้ร.ต.อ.ชาญชาย กล่าวหาว่า ร.ต.อ.ชนินท์ธัชได้อ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่สามารถทำให้ ร.ต.อ.ชาญชาย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสว.จร.ได้ ทางร.ต.อ.ชาญชาย หลงเชื่อได้ให้ภรรยานำเงินสด 700,000 บาท ไปมอบให้ร.ต.อ.ชนินท์ธัชที่ปั๊มน้ำมันปตท.ร.1 รอ. ริมถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายออกมา ปรากฎว่า ร.ต.อ.ชาญชาย ไม่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสารวัตรแต่อย่างใด ยังคงเป็นรองสารวัตรอยู่ที่ต้นสังกัดเดิม ทำให้ได้รับความเสียหายจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางซื่อทันที

         สำหรับกรณีนี้ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จากการสอบสวนพบว่าร.ต.อ.ชนินท์ธัชได้คืนเงินทั้งหมดให้ ร.ต.อ.ชาญชายแล้ว แต่จากการสอบสวนสันนิษฐานว่า นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ร.ต.อ.ชนินท์ธัช อ้างว่ารู้จัก อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องการวิ่งเต้นโยกย้าย คาดว่าร.ต.อ.ชนินท์ธัช แอบอ้างเพียงคนเดียว ซึ่งเมื่อมีการแจ้งความแล้ว ทางร.ต.อ.ชนินท์ธัช ต้องได้รับโทษทางวินัยและอาญา ส่วนร.ต.อ.ชาญชาย ก็จะสอบสวนโดยละเอียด เพราะร.ต.อ.ชาญชาย ก็ทราบดีว่า การโยกย้ายดำรงตำแหน่ง ไม่สามารถใช้เงินวิ่งเต้นได้ แต่ก็มีพฤติกรรมวิ่งเต้น ซึ่งตนได้ติดต่อทั้งสองฝ่ายให้เดินทางมาที่สน.บางซื่อ แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะเดินทางมาที่สน.วันไหน