นำร่อง 5 ชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกินผ่านธนาคารที่ดิน
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 ให้นำเงิน 690 ล้านบาท ที่เคยจัดสรรเมื่อปี 2554 สำหรับการซื้อที่ดินจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน แต่เนื่องจาก บสท.ถูกยุบและที่ดินก็ถูกขายทอดตลาดไปหมดแล้ว ครม.จึงมีมติให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ในภารกิจของ บจธ.
นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ ผู้อำนายการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า บจธ.ได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว และได้ดำเนินกิจกรรมทั้ง 5 ด้าน ที่เป็นภารกิจของ บจธ. มาอย่างต่อเนื่อง หากกิจกรรมใดที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากก็ให้ชะลอไว้ก่อนเพื่อรอมติจาก ครม. แต่หากได้เงินมาแล้วก็สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การจัดซื้อที่ดินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินตามโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน ที่ จ.ลำพูน และจ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคดีความกรณีเกษตรกรบุกรุกเข้าไปทำกินในที่ดินเอกชน บจธ.จะใช้เงินจำนวน 167 ล้านบาท ในการจัดซื้อที่ดินให้แก่เกษตรกรทั้ง 5 ชุมชน ประมาณ 520 ครัวเรือน เนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพและเป็นที่อยู่อาศัย โดยเกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มตั้งเป็นสหกรณ์เพื่อมาเช่าซื้อที่ดินจาก บจธ. ชำระค่าเช่าซื้อระยะยาวในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
“บจธ.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพในวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อพัฒนาการประกอบอาชีพให้เกษตรกรดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน สำหรับการจัดซื้อที่ดิน ขณะนี้ได้มีการเจรจาและตกลงกับเจ้าของที่ดินแล้วว่าจะขายที่ดินให้ บจธ.ในราคาประเมิน คาดว่าภายใน 2-3 เดือน การจัดซื้อที่ดินใน จ.ลำพูน น่าจะแล้วเสร็จ สำหรับที่ดินที่ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากที่ดินแปลงที่จะซื้อมีเจ้าของหลายคน และที่ดินบางส่วนก็ติดกับพื้นที่ของเขตป่าไม้ จำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีกระยะหนึ่ง”
นายสถิตย์พงษ์เผยต่อว่า สำหรับชุมชนตามโครงการนำร่องทั้ง 5 ชุมชน ได้มีการเตรียมการจัดตั้งสหกรณ์กันไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ชุมชนบ้านไร่ดงและบ้านแม่อาว อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ซึ่งมีการร่วมตัวจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโฉนดชุมชนป่าซาง จำกัด ชุมชนบ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน อยู่ในระหว่างยื่นขอจดทะเบียนตั้งสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินบ้านแพะใต้ มีสมาชิก 65 ราย ชุมชนบ้านท่ากอม่วง ต.หนองปลาสะวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน อยู่ระหว่างยื่นขอจดทะเบียน สหกรณ์โฉนดชุมชนบ้านท่ากอม่วง มีสมาชิก 95 ราย คาดว่าจะดำเนินการจดทะเบียนได้ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2559 และสุดท้าย ชุมชนบ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ก็อยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียน ชื่อสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนอำเภอสันทราย จำกัดเช่นกัน มีสมาชิกทั้งหมด 80 ราย
นางจันฟอง ไววาง หนึ่งในชาวบ้านชุมชนบ้านแพะใต้ บอกว่า ขณะนี้คนในชุมชนบ้านแพะใต้ได้เตรียมร่างระเบียบข้อบังคับต่างๆ สำหรับการจัดตั้งสหกรณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อบังคับให้เจ้าของที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในแต่ละแปลงจะต้องมาลงทะเบียนเป็นสมาชิก และจ่ายเงินค่าหุ้นต่ำไม่กว่า 10 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท และเสียค่าธรรมเนียม 20 บาท สหกรณ์จะเช่าซื้อที่ดินที่สถาบันจัดซื้อให้ แล้วผ่อนชำระกับสถาบันเป็นรายปีหรือสองปี ตามความเหมาะสม ส่วนเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินก็จะมาผ่อนกับสหกรณ์อีกทอดหนึ่ง
“ปัจจุบันชาวบ้านเดือดร้อนมาก แทบจะไม่มีเวลาทำมาหากิน เพราะมัวแต่เสียเวลากับการขึ้นโรงขึ้นศาล มีหัวหน้าครอบครัวหลายคนก็ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว ความหวังของชาวบ้านขณะนี้คือ รอสถาบันมาจัดซื้อที่ดินให้แก่คนในชุมชนเพื่อเป็นที่ทำมาหากินต่อไป”จันฟองกล่าวอย่างมีความหวัง
ขณะที่ ดิเรก กองเงิน ประธานกรรมการชุมชนบ้านโป่ง ย้ำว่า เงื่อนไขของชุมชนบ้านโป่งคือ ต้องการให้ธนาคารที่ดินมาซื้อที่ดินให้ชาวบ้านเพื่อทำกิน เนื้อที่ทั้งหมด 302 ไร่ แล้วชาวบ้านจะผ่อนคืนให้ธนาคารที่ดินโดยผ่านระบบสหกรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนโดยใช้ชื่อว่า สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนอำเภอสันทราย จำกัด มีสมาชิกทั้งหมด 80 ราย ที่ผ่านมาชาวบ้านก็มีการรวมกลุ่มและมีการบริหารงานในชุมชนในรูปแบบที่คล้ายกับสหกรณ์อยู่แล้ว และจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านคนละ 3 ไร่ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่ทำกิน โดยจัดให้เป็นโฉนดชุมชน มีกองทุนที่ระดมกันไว้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ชาวบ้านกู้ ซึ่งดำเนินการมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือ ผลักดันให้โฉนดชุมชนออกมาเป็นกฎหมาย เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินและหน่วยงานทั่วไป
สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. นับเป็นอีกทางออกของเกษตรกรที่มีปัญหาในเรื่องที่ดินทำกิน



