
ดีเอสไอสอบสวนเนื้่อที่‘เวิลด์พีซ’คู่ขนานกับตร.
ดีเอสไอสอบสวนคู่ขนานกับตร. หลังพบผลสอบเนื้อที่ 'เวิลด์พีซ'คลาดเคลื่อนเกือบ 1,000 ไร่ คาดสัปดาห์นี้รู้ผลอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ สปก.เดินหน้ายึดที่คืนรัฐเล็งปิดประ
11ก.ค.59 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการก่อสร้างเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ ว่า ขณะนี้การตรวจสอบของดีเอสไอทำคู่ขนานกับการตรวจสอบของตำรวจ เนื่องจากยังมีความแตกต่างในข้อมูลการตรวจสอบเกี่ยวกับจำนวนที่ดิน โดยดีเอสไอได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นว่าเวิร์ล พีซฯ ครอบครองที่ดินกว่า 1,000 ไร่ แต่ข้อมูลของตำรวจระบุว่ามีประมาณ 500 ไร่ ดังนั้น ต้องส่งทีมไปตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเพื่อตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในที่ดินที่แท้จริง
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศและเอกสารในสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่อง พบว่าเวิลด์พีซฯครอบครองที่ดินประมาณ 1,400 ไร่ ภายในสัปดาห์นี้จะเร่งวิเคราะห์และแปลภาพถ่ายทางอากาศให้แล้วเสร็จ เบื้องต้นพบนิคมฯสร้างตนเองลำตะคองออกเอกสารสิทธิ์รุกล้ำที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(ส.ป.ก.) โดยเอกสารสิทธิ์ที่เวิร์ล พีซฯครอบครองมีประมาณ 500 ไร่ ส่วนที่เหลือไม่มีหลักฐานมาแสดง นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบการก่อสร้างที่ไม่ได้ขออนุญาตจากนิคมฯและไม่ได้มีการเข้าใช้ทีดินในพื้นที่ป่าโดยไม่มีการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้จะตรวจสอบลงลึกถึงผู้ที่มีรายชื่อครอบครองก่อนนำมาขายต่อให้เวิร์ล พีซเป็นเกษตรกรจริงหรือเป็นนอมินี
สปก.เดินหน้ายึดที่คืนรัฐเล็งปิดประกาศ4จุด ตามคำสั่ง คสช.
นายชำนาญ กลิ่นจันทร์ เจ้าพนักงาน ส.ป.ก.นครราชสีมา กล่าวว่า ความคืบหน้าการปฏิบัติงานยึดคืนพื้นที่ ส.ป.ก. ตามคำสั่ง คสช. ที่ประกาศใช้ ม.44 แก้ปัญหาการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบตามกฎหมาย ขณะนี้ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.ส่วนกลาง ได้จัดทำแผนที่ยึดคืนเสร็จแล้วบางส่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ในส่วนของแบบฟอร์มการประกาศแผนที่นั้น อยู่ระหว่างการออกแบบของส่วนกลาง จึงยังไม่ได้ส่งมาให้ ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมา เพราะต้องให้มีการสรุปแผนการดำเนินงานปิดประกาศให้ชัดเจน
โดยจะประชุมเพื่อวางแผนกันที่ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. นี้ หากผลการประชุมออกมาเช่นไร ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามนั้น หากจะยึดถือเอาตามแบบประกาศของ คสช. ก็กำหนดให้นำไปปิดประกาศใน 4 จุด คือ ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และ สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับการปิดประกาศแผนที่นั้น ไม่ใช่การประกาศยึดคืนพื้นที่ได้ทันที เป็นแต่เพียงการประกาศให้ผู้ครอบครองพื้นที่ได้รับทราบว่าเป็นพื้นที่เข้าข่ายอาจจะต้องถูกยึดคืน ซึ่งผู้ครอบครองสามารถนำเอกสารและหลักฐานการครอบครองมายืนยันได้ ที่สำนักงาน ส.ป.ก.จังหวัด ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ปิดประกาศ หากพบว่าเอกสารและหลักฐานการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย ทาง ส.ป.ก.ก็พร้อมที่จะมอบพื้นที่ดินให้คืน แต่หากพบว่าครอบครองโดยผิดกฎหมาย ต้องยึดคืนและดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด
“คาดว่า สามารถปิดประกาศได้ในสัปดาห์หน้า โดยจังหวัดนครราชสีมานั้น มีที่ดินที่เข้าข่ายตามประกาศครั้งนี้อยู่จำนวน 134 แปลง มีพื้นที่กว่า 113,000 ไร่ กระจายอยู่ใน 18 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทยขณะนี้”นายชำนาญ กล่าว
สำหรับ ที่ดิน ส.ป.ก. จ.นครราชสีมา จะอยู่ในพื้นที่ อ.ชุมพวง อ.เสิงสาง และอ.สีคิ้ว ส่วนใหญ่ใช้ในการทำการเกษตร และมีการซื้อขายเปลี่ยนมือผู้ถือครองมาหลายทอด ส่วนพื้นที่อ.วังน้ำเขียว และอ.ปากช่อง ที่ ส.ป.ก.จะถูกซื้อขายเปลี่ยนผู้ถือครองจากการทำการเกษตรเป็นรีสอร์ทและโฮมสเตย์ ซึ่งมีอยู่กว่า 200 แห่ง ล่าสุด ส.ป.ก. เตรียมที่จะนำเรื่องนี้เสนอต่อรัฐบาลเพื่อใช้แนวทางยึดคืนสำหรับผู้ที่พิสูจน์สิทธิ์ชัดเจนว่าเป็นการบุกรุก ถือครองที่ ส.ป.ก.ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะผู้ที่ครอบครองเกิน 100 ไร่ขึ้นไป ส่วนผู้ที่ถือครอง ตั้งแต่ 30-100 ไร่ แล้วนำไปทำการเกษตรหรือทำรีสอร์ท ก็จะเสนอให้เช่าแล้วนำเงินรายได้เข้ารัฐ



