ข่าว

คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ

คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ

11 ก.ค. 2559

เงินทองต้องรู้ : คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ : โดย....ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]


               การเดินทางไปเยี่ยมเยือน “กระท่อมเห็ด ฟาร์ม” ของสองสาว (สวย) “จุ๊บ" นัยนา ยังเกิด และ “กุ๊ก" ปรียนันท์ แสงดี จะว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็บังเอิญ จะว่าเป็นเรื่องตั้งใจก็ตั้งใจ

               ที่ว่า “ตั้งใจ” เพราะหลังจากรู้ว่า สองสาวซึ่งมีงานประจำที่มั่นคงด้วยตำแหน่งหน้าที่เป็น “สาวแบงก์” แบ่งเวลามาสร้างธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ของพวกเธอ ก็ตั้งใจจะลองแวะมาชมกิจการ ส่วนที่ “ไม่ตั้งใจ” เพราะคิดว่า จะแวะมาเฉยๆ ไม่ได้คิดไกลขนาดจะนำมาเขียนเป็นเรื่องให้ได้อ่านกัน

               การตัดสินใจเขียนถึง “กระท่อมเห็ด ฟาร์ม” ใน “เงินทองต้องรู้” วันนี้ จึงเป็นเรื่องเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นหลังจาก 10 นาทีแรกของการนั่งคุยกับ “กุ๊ก“ ปรียนันท์ หนึ่งในหุ้นส่วน โดยที่ “จุ๊บ” นัยนา ยังติดภารกิจอยู่

               คำถามแรกเป็น “ท่ามาตรฐาน” ที่ทุกคนต้องถามว่า เป็นสาวแบงก์อยู่ดีๆ ทำไมถึงมาทำกระท่อมเห็ด ฟาร์ม เป็นแม่ค้าขายเห็ดไปได้ สาวสวย “กุ๊ก“ ปรียนันท์ บอกว่า คนต้นคิดจริงๆ ไม่ใช่เธอ แต่เป็น “จุ๊บ” นัยนา เพื่อนสนิทที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี

               "จุ๊บเป็นต้นคิดค่ะ แล้วจุ๊บก็มาชวนกุ๊ก ส่วนเบื้องหลังความคิดเป็นเจ้าของธุรกิจโดยที่เราสองคนยังทำงานประจำอยู่ ก็เพราะจุ๊บอยากลดความเสี่ยงจากงานประจำ และอยากหาอาชีพเสริมรองรับไว้เผื่ออนาคตที่อาจจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น จุ๊บลงทุนไปอบรมเรื่องการเพาะเห็ดแบบจริงจังมาก ส่วนกุ๊กที่ตัดสินใจร่วมหุ้นด้วย ก็เพราะกุ๊กชอบรับประทานเห็ด (หัวเราะ) แต่จริงๆ คือ เราสองคนมองคล้ายๆ กันว่า เราควรหาอะไรรองรับ เป็นอาชีพเสริม”

               ความแตกต่างระหว่างสองสาวอยู่ตรงที่ “จุ๊บ" นัยนา ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายวิชาการ เพราะการทำฟาร์มเห็ดต้องมีความรู้เฉพาะทาง เธอเข้าอบรมเพื่อเรียนรู้อย่างจริงจัง ทำให้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาของกระท่อมเห็ด ฟาร์ม มีผลผลิตออกสู่ตลาด นำมาซึ่งรายได้ที่น่าพอใจ ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ครบวงจรให้แก่ผู้สนใจ ทั้งเด็กนักเรียนที่มาเยี่ยมชมเป็นคณะ รวมถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งนอกจากจะจัดอบรมเรื่องการทำฟาร์มเห็ด เพาะเห็ดแล้ว ยังมีการอบรมเรื่องการแปรรูปอาหารจากเห็ด และปัจจุบัน สองสาวยังเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ไว้เสิร์ฟอาหารที่ทำจากเห็ด รวมทั้งเครื่องดื่มไว้บริการผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยือนอีกด้วย

 

คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ

 

               ขณะที่ “กุ๊ก" ปรียนันท์ ทำหน้าที่เหมือนฝ่ายการตลาด ต่อยอดและสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดกระเช้าเพื่อสุขภาพที่มีเห็ดสีชมพูสวยหวานรับประทานได้เป็นตัวชูโรง หรืออาหารแปรรูปจากเห็ด

               “กุ๊กคิดแบบแม่ค้าเลย คิดถึงรายได้ เพราะจริงๆ กุ๊กเป็นแม่ค้าตั้งแต่เด็ก ตอนฝึกงานกุ๊กเห็นว่า สาวๆ มหาวิทยาลัยสมัยนั้นนิยมติดโบอันใหญ่ๆ กุ๊กลงทุนซื้อโบแบบที่นิยมกันมา แล้วเอามาแกะ ลองดูว่าเขาทำยังไงกัน ต้องใช้วัสดุอะไร พอรู้แล้ว กุ๊กก็ไปหาซื้อวัสดุแล้วมาประดิษฐ์เป็นโบ เอาไปขายตกอันละ 200 บาท ก็มีคนซื้อ กุ๊กไม่ทำแบบซื้อมาขายไป เพราะเราจะได้กำไรน้อย ลงมือทำเอง ออกแบบเอง ควบคุมต้นทุนและกำหนดราคาขายเอง ได้กำไรมากกว่า ตอนเรียนนี่ กุ๊กมีรายได้เอง แทบไม่ต้องรบกวนพ่อแม่เลย”

               ระหว่างเล่าประสบการณ์ “การเป็นเถ้าแก่น้อยๆ” ในวัยเยาว์ สีหน้าของ “กุ๊ก" ปรียนันท์ บอกถึงความมุ่งมั่น และเต็มไปด้วยพลังจริงๆ

               “ก่อนจะมาทำกระท่อมเห็ด ฟาร์มกับจุ๊บ กุ๊กก็มีธุรกิจส่วนตัวอย่างอื่น มีร้านเสื้อผ้า มีร้านขนม แต่ตอนนี้หมดสัญญาเช่า เจ้าของที่เอาร้านคืน เราก็พักไว้ก่อน มาลุยกระท่อมเห็ด ฟาร์ม ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่า เราเติบโตอย่างน่าพอใจค่ะ” เมื่อถามว่า เธอแบ่งเวลาอย่างไรระหว่างงานประจำกับอาชีพเสริม “กุ๊ก" ปรียนันท์ ตอบว่า ทำงานตลอด 7 วันมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ถ้าถามว่าหนักมั้ย ก็ต้องบอกว่าหนัก แต่ถ้าถามว่ามีความสุขมั้ย ก็ต้องบอกว่ามี เพราะ “งาน” ทุกอย่างที่เธอทำ มันตอบโจทย์ของตัวเธอเอง และนำไปสู่เป้าหมายในอนาคต

               “จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ทำเพราะความรัก เพราะความสุขอย่างเดียวไม่พอค่ะ กุ๊กคิดแบบธุรกิจ ทำแล้วต้องมีรายได้ด้วย ต้องเลี้ยงตัวเองได้ กลไกความสำเร็จก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าอดทนกับมัน เพราะทุกธุรกิจมีช่วงเริ่มต้นที่เราต้องอดทนทั้งนั้น ที่เหลือก็ทุ่มเท จริงจัง ไม่ได้ทำเล่นๆ”

               แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ การจัดสรรเงิน อาจจะเพราะด้วยความที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงการเงิน เพราะทำงานแบงก์ ทำให้สาวสวยคนนี้บอกว่า มีระบบการจัดสรรเงินที่ชัดเจน

 

คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ

 

               “เงินที่จะนำมาลงทุน ต้องแยกให้ชัดเลย กุ๊กแยกเงินเป็นกองๆ กองนี้สำหรับลงทุน กองนี้สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว กองนี้สำหรับเรื่องบ้านหรืออื่นๆ ถ้าแยกไว้ชัดเจน ทำทุกอย่างให้ชัดเจน ตรงไหนมีปัญหาก็จำกัดวงตรงนั้น ไม่ไปกระทบกระเทือนส่วนอื่น”

               ขณะที่ “จุ๊บ" นัยนา หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของ “กระท่อมเห็ด ฟาร์ม” ซึ่งตามมาสมทบ เล่าย้อนให้ฟังว่า ความคิดที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองเกิดขึ้นตอนมีวิกฤติในองค์กร คือเกิดการควบรวมแบงก์ ซึ่งจะมีอัตราเกินเกิดขึ้น และต้องมีบางคนอยู่ มีบางคนไป เธอก็เลยรู้สึกว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ทำให้ตัดสินใจมองหาอาชีพเสริมเพื่อความมั่นคงของตนเอง “กระท่อมเห็ด ฟาร์ม” จึงเกิดขึ้น

               “จุ๊บพอมีเงินเก็บอยู่บางส่วน ก็ดึงออกมาใช้สำหรับลงทุน โดยลงทุนกับกุ๊กคนละครึ่งค่ะ ช่วงแรกเราไม่ได้ลงทุนมาก เราค่อยๆ ทำ ค่อยสร้างโรงเรือนเปิดดอกเห็ด ลงทุนซื้อก้อนเห็ดจากฟาร์มอื่น พอมีผลผลิต เราก็นำออกไปขายเองเลยค่ะ เอาไปขายตามตลาดนี่แหละ ใช้เวลาขาย 3 เดือน ก็ได้เงินทุนค่าก้อนเห็ดคืนมาบางส่วน พอเรามองว่าตลาดมันไปได้ดี ก็เริ่มลดต้นทุนในการซื้อก้อนเห็ดจากฟาร์มอื่น แล้วลงทุนซื้อเครื่องจักรผลิตก้อนเห็ดเอง ตอนนี้เราก็มีรายรับจากการขายทั้งดอกเห็ดและก้อนเห็ด”

               เธอยังบอกถึงหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจด้วยว่า ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะลงมือทำ อย่าปล่อยให้ความฝันถูกจำกัดอยู่แค่ในความคิดของเรา

               “พอลงมือทำแล้ว ถ้าเจอปัญหาหรืออุปสรรคก็อย่าท้อ ต้องหาช่องทางทุกวิถีทางที่จะทำให้การตลาดของเราไปได้ ต้องมั่นใจในสินค้าของเรา ว่าของเราดีกว่าท้องตลาดอย่างไร มีความโดดเด่นอย่างไร และที่สำคัญ อย่าอายที่จะทำกินค่ะ บางคนมองว่า มาเป็นแม่ค้าขายดอกเห็ดทำไม ทำงานแบงก์ดีๆ ก็ดีอยู่แล้ว เป็นที่เชิดหน้าชูตาในสังคม แต่จุ๊บกลับมองว่าอาชีพทำฟาร์มเห็ดสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้มาก หากเรามีใจที่กว้างพอ นั่นคือเราสามารถส่งต่ออาชีพให้คนที่เขาสนใจทำเกษตร และใช้เงินทุนน้อย ไม่ต้องไปลงทุนเยอะๆ โดยที่เราสามารถให้คำปรึกษาแนะนำอย่างหมดเปลือกกับชาวบ้านหรือคนที่ต้องการมีอาชีพ ให้เขามีอาชีพที่ยั่งยืนได้”

               ความลงตัวในคำว่า “หุ้นส่วน” ของสองสาว “จุ๊บ-กุ๊ก” ที่เธอเต็มใจถูกเรียกว่า “แม่ค้า” กับธุรกิจที่เป็นอาชีพเสริมของพวกเธอ ไม่ได้จบที่ “รักในสิ่งที่ทำ” เท่านั้น แต่ต้องเริ่ม ‘ต้นทาง’ มาจากความพร้อมของการจัดสรรเงินทุน และ ‘ระหว่างทาง’ ที่ต้องอดทนและทุ่มเทกับการสร้าง “รายได้” เพื่อให้ธุรกิจดำรงอยู่ได้ รวมถึง “ความสุข” จากการคิดต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม จนถึง ‘ปลายทาง’ ที่เธอได้แบ่งปันหยิบยื่นโอกาส เพื่อส่งต่อให้แก่คนอื่นต่อไป

 

 

---------------------------

(เงินทองต้องรู้ : คิดแบบ ‘แม่ค้า’ จากต้นจนจบ : โดย....ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])