ข่าว

พี่ชายอดีตคนขับรถ‘หญิงไก่’ให้ข้อมูลกองปราบ

พี่ชายอดีตคนขับรถ‘หญิงไก่’ให้ข้อมูลกองปราบ

11 ก.ค. 2559

“ทนายสงกานต์” พาพี่ชาย อดีตคนขับรถ “หญิงไก่” ให้ข้อมูลกองปราบฯตามหาน้องชาย หายสาบสูญ

          วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 10.30 น.  นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความพร้อมนายสมบัติ ขันหิน พี่ชาย นายสุนทร หรือโก้ ขันหิน  น.ส.จันทนา  หรือหนูนา คชคงไทย เข้าพบ พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล รอง ผกก.(สอบสวน) บก.ป. ร้องทุกข์ให้ช่วยติดตาม นายสุนทร อดีตคนขับรถหญิงไก่ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2555 

          นายสมบัติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายโก้ น้องชายมีอาชีพขับรถตู้และขับแท็กซี่ จนมารู้จักกับนางไก่ (หญิงไก่) เมื่อปี 2551 ชักชวนให้ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ  แต่ทำได้สักพักก็ขอลาออกโดยไม่ได้บอกเหตุผล จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อน้องชายได้อีก  พยายามตามหาแต่ไม่พบกระทั่งมีการแจ้งความคนหาย ซึ่งที่ผ่านมาน้องชาย  เคยถูกดำเนินคดียาเสพติดมาก่อน ข้อหาเสพยา ท้องที่ สน.พหลโยธิน ก่อนหน้าที่จะไปทำงานกับนางไก่ โดยหลังจากนั้นไม่พบถูกจับคดีใดอีก ตอนนี้อยากเจอน้องชายมาก ถ้ายังมีชีวิตอยู่หรืออยู่ที่ไหนให้ติดต่อกลับด่วน

          ด้าน น.ส.จันทนา (หนูนา) กล่าวว่า ตอนทำงานกับนางไก่ปี 2551 ได้เจอนายสุนทรเพราะเป็นคนสนิทนางไก่  ทุกครั้งจะไปไหนมีนายสุนทรขับรถพาไปเสมอ  แต่ตอนนหลังเห็นว่า มีปัญหาเรื่องรายจ่ายเงินเดือน โดยนางไก่ จะจ่ายเงินเดือนไม่ตรง ไม่ครบบ้างและมักจะดุด่านายสุนทรเป็นประจำ จนสุดท้ายเจอนายสุนทร วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ก่อนที่ตนจะเข้าเรือนจำในคดีที่นางไก่แจ้งความไว้ ส่วนการมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม วันนี้มาให้ข้อมูลเรื่องพาสปอร์ตที่ตำรวจพบ  ในห้องพักหญิงไก่ในคอนโดฯ ซึ่งมีพาสปอร์ตของตนอยู่ด้วย เพราะนางไก่(หญิงไก่)พาไปทำ  แต่ด้วยตนยังเป็นเยาวชนจึงต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ก่อน ซึ่งตอนแรกพ่อแม่ไม่ยินยอม  นางไก่จึงขอสำเนาบัตรประชาชนพ่อและแม่ไปโดยที่ไม่ได้เซ็นรับรอง แต่สุดท้ายเขาก็เอาไปทำพาสปอร์ตมาได้

          ขณะที่นายสงกานต์ กล่าวว่า  พานายสมบัติมาให้ข้อมูลกับตำรวจเกี่ยวกับน้องชาย คือนายสุนทร หรือโก้  ที่หายตัวไป  ตั้งแต่ปี 2555  ซึ่งหลังจากหายตัวไปก็มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสนายโก้อาศัยอยู่หลายที่ แต่เมื่อเดินทางไปตรวจสอบก็ไม่พบตัว จนล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “โก้ วัดนัง” เข้ามาตอบคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตน ซึ่งก็นำมามอบให้ตำรวสืบสวนด้วยว่า  ใช่นายโก้ตัวจริงหรือไม่ รวมถึงสาวไทยที่อยู่ออสเตรเลียที่ส่งภาพถ่ายนายโก้มาให้ 

          " จากข้อมูลล่าสุดปี  2555 มีตำรวจนอกเครื่องแบบ  นำตัวนายโก้ไปจากห้อง 3/551 อาคารคอนโดบ้านประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ของนางไก่ ก่อนที่นางไก่จะไปที่ สน.ประชาชื่น  พร้อมนายโก้และตำรวจนอกเครื่องแบบนั้น เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของนางไก่ที่ข่มขู่หนูนาและเพื่อนของหนูนาให้เกรงกลัว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง  ผมอยากขอความร่วมมือ โรงพยาบาลเอกชน และ โรงพยาบาลรัฐ  ขอผลชันสูตรศพที่พบจำนวนมากจาก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี  ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนได้ทั้งหญิงและชายมาตรวจสอบ เนื่องจากอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับที่นายโก้และเศรษฐีณีอุดรธานีที่หายตัวไปได้เช่นกัน" นายสงกานต์ กล่าวและว่า 

          ขณะเดียวกันจะพา นางสุกัญญา ศิริม่วง อดีตลูกจ้างของนางไก่  ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำชั่วคราว เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม  หลังพบสำนวนคดีมีการปลอมลายมือชื่อของนางสุกัญญา โดยเจ้าตัวยืนยัน  มีเพียงฉบับเดียวที่ลงลายมือชื่อไว้ตามที่นางไก่และพนักงานสอบสวนในขณะนั้นให้ลง  ซึ่งจะต้องให้นางสุกัญญาเซ็นลายมือชื่อพร้อมส่งให้ พฐ.ตรวจพิสูจน์  ว่า ตรงกันหรือไม่ คาดว่าไม่น่าจะเกิน 1 สัปดาห์ จะรู้ผลทั้งนี้ ซึ่งวันนี้ทราบจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามที่ทำคดีว่า จะประชุมร่วม 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดคลี่คลายืคดีที่่เกี่ยวข้องกับนางไก่ทั้งหมด

          ด้านพล.ต.ต.ทรงพล  วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวกรณีตรวจสอบความบกพร่องของพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เจ้าของคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ แจ้งจับอดีตลูกจ้างรวม 9 คดีว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการในกรอบเวลา 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จจะขยายเวลาต่อเนื่องครั้งละ15 วัน โดยระหว่างที่มีการสอบสวนยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายนายตำรวจรายใด แต่หากการสอบสวนเสร็จสิ้นพบมูลความผิดผู้รับผิดชอบจะต้องถูกลงโทษบกพร่องต่อหน้าที่และถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา  ส่วนกรณีกระแสข่าวทนายสงกานต์ ออกมาแฉว่า พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ทำการปลอมลายเซ็นเหยื่อที่ตกเป็นผู้ต้องหานั้น  ขอให้เอาหลักฐานมายืนยัน ทุกอย่างตรวจสอบได้เพราะคดีไม่ซับซ้อน