
แค่เห็นชื่อร้านต้องแวะชิม‘ก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่’
หนุ่มโรงงานเบื่องานประจำกลับบ้านเกิดเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่เผยไม่ได้ทะลึ่งแต่พิษณุโลกมีก๋วยเตี๋ยวห้อยขาชื่อดังแล้วทุกชามใส่ไข่เลยเพิ่มสีสันให้ร้าน
วันที่ 11 กรกฏาคม 2559 ผู้สื่อข่าวได้ขับรถผ่านไปทางสี่แยกแสงดาว หมู่ 2 ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก มองเห็นป้ายชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่” จึงสงสัยชื่อร้านก็เลยจอดรถแวะเข้าไปลองชิมดู อร่อยหรือไม่อร่อยไม่รู้ล่ะ อยากรู้ว่า“ห้อยไข่” ยังไง เพราะถ้ามองผ่านๆ จะเห็นชื่อร้านแค่คำว่า “ก๋วยเตี๋ยวห้อยไข่” โดยภายในร้านมีโต๊ะให้นั่งปกติ เหมือนกับก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งมีประชาชนเข้ามาอุดหนุนกันแน่นร้าน
นายกิตติพงศ์ เฟื่องเพียร อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรีได้มาทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งนาน 5 ปี แต่รู้สึกเบื่อชีวิตมนุษย์เงินเดือนจึงลาออกจากงานกลับมาที่บ้านเกิด แล้วสร้างร้านบริเวณหน้าบ้านเปิดขายก๋วยเตี๋ยว โดยวันแรกขายเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. จนถึงวันนี้ก็ขายมาได้นานประมาณ 1 เดือนแล้ว
ส่วนเหตุผลที่ตั้งชื่อร้านชวนให้คิดสองแง่สองง่ามนั้น นายกิตติพงศ์ เล่าว่า ตั้งใจตั้งแต่แรกเพราะเก้าอี้ที่ทำไว้หน้าร้านเป็นที่นั่งแบบห้อยขา และก๋วยเตี๋ยวร้านตนใส่ไข่ในก๋วยเตี๋ยวทุกชาม เลยตั้งชื่อร้านว่า ก๋วยเตี๋ยวต้มยำห้อยไข่ซะเลย ยุคนี้เป็นยุคใหม่แล้ว หลายร้านตั้งชื่อขึ้นมาเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของร้าน ถ้ามองในแง่ดีการห้อยไข่ ไม่ใช่ดูล่อแหลม เพราะการห้อยไข่นั้นจะเป็นการห้อยไข่เป็ดไข่ไก่ก็ได้ คิดอีกมุมหนึ่งก็น่าสนุกดีชื่อร้านแบบนี้ และตนใส่ไข่ต้มทุกชาม อีกทั้งมีที่นั่งห้อยขาด้วย เลยตั้งชื่อร้านอย่างนี้
สำหรับเมนูหลักที่ลูกค้าสั่งกันเยอะมากก็คือ ต้มยำทะเลรวมน้ำข้น และต้มยำน้ำพริกเผา เพราะมีความจัดจ้านอยู่ในตัว ที่ทางร้านปรุงให้ลูกค้าแทบไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอีก จึงต้องเขียนเตือนไว้ให้ชิมก่อน เติมเครื่องปรุงรส และยังมีต้มจืดให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบแบบต้มยำอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีต้มยำสูตรพริกเผา น้ำใส น้ำข้น และแห้ง ใส่หมูธรรมดา หรือจะเลือกแบบทะเล ซึ่งมีปลาหมึก ห้อยแมลงภู่ชิลี และกุ้ง ก็ได้ โดยก๋วยเตี๋ยวทุกชามจะใส่ไข่ต้มให้ พิเศษสุดก็คือลูกค้าที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก หรือหมี่ขาว สามารถเพิ่มเส้นได้ฟรีอีกด้วย



