
อุรังอุตังบอร์เนียว-ฉลามวาฬใกล้สูญพันธุ์
องค์กรอนุรักษ์เตือนอุรังอุตังบอร์เนียว ฉลามวาฬ และฉลามอีกชนิดในกลุ่มหัวค้อน ใกล้สูญพันธุ์
สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (ไอซียูเอ็น) ปรับสถานะสิ่งมีชีวิตในบัญชีแดง (Red List) ของลิงอุรังอุตังบอร์เนียว ซึ่งเป็นลิงใหญ่ที่มีเฉพาะในเอเชีย เช่นเดียวกับอุรังอุตังสุมาตรา จากหมวดสิ่งมีชีวิตที่ “ใกล้สูญพันธุ์” เป็น สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งเหลืออีกขั้นเดียวก็จะเข้าหมวดสูญพันธุ์
นายเอริค เมยาร์ด เจ้าหน้าที่ประเมินสถานะสัตว์ของไอซียูเอ็น ระบุในแถลงการณ์ว่า ลิงอุรังอุตังถูกล่าและถูกผลักดันออกจากแหล่งอาศัย การสูญเสียสัตว์ที่มีการแพร่พันธุ์ค่อนข้างช้าอย่างอุรังอุตัง เป็นเรื่องใหญ่ และยากมากที่จะพลิกฟื้นแนวโน้มได้
ระเมินว่า ปัจจุบัน มีลิงใหญ่เหล่านี้อาศัยบนเกาะบอร์เนียวที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวมาเลเซีย บรูไนและอินโดนีเซียประมาณ 1 แสนตัว ลดลงจาก 288,500 ตัว ในปี 2516 และคาดว่าจำนวนจะลดลงอีกเหลือ 4.7 หมื่นตัว ภายในปี 2568
อุรังอุตังสูญเสียแหล่งอาศัยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากป่าฝนบนเกาะ ถูกแปรสภาพไปเป็นสวนปาล์มน้ำมัน สวนยาง หรือพืชใช้ทำเยื่อกระดาษ ซ้ำร้าย ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา อุรังอุตังถูกนายพรานและชาวบ้านที่บางครั้งมองมันเป็นสัตว์รำคาญ ฆ่าตายปีละ 2,000-3,000 ตัว ซึ่งเท่ากับการสูญเสียเผ่าพันธุ์นี้มากถึง 66,570 ตัว ในช่วง 40 ปี หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อุรังอุตังบอร์เนียวอาจสูญพันธุ์ภายใน 50 ปี
( ขอบคุณภาพจาก http://www.iucn.org )
ไอซียูเอ็นยังเตือนว่า ฉลามวาฬ ซึ่งเคลื่อนไหวได้ช้า และบางตัวอาจมีขนาดใหญ่ 12.65 เมตร เวลานี้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์แล้ว
ฉลามวาฬ ซึ่งเป็นปลาใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากถูกจับเพื่อเอาเนื้อ และครีบใช้ทำซุปหูฉลามในหลายพื้นที่ของเอเชียแล้ว บ่อยครั้งยังติดร่างแหจับทูน่าไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ
การทำประมงอย่างไร้กฎระเบียบ ยังเป็นสาเหตุเบื้องหลังทำให้ประชากรฉลามหัวปีก ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับฉลามหัวค้อน ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน จากอยู่ในหมวด “อยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” มาเป็น “ใกล้สูญพันธุ์” ซึ่งไอซียูเอ็นอธิบายว่า ฉลามสีเทาน้ำตาลขนาดเล็กแต่มีลักษณะหัวยื่นยาวและใหญ่กว่าฉลามหัวค้อนชนิดอื่น บางทีกว้างเท่าครึ่งหนึ่งของลำตัว จึงเสี่ยงติดแหอวนจับปลาได้ง่ายกว่า



