ข่าว

ประกาศขาย“รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”

ประกาศขาย“รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”

09 ก.ค. 2559

“กูลู ลาวานี” มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งและพัฒนา ประกาศขาย “รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกูลู ลาวานี ประธานบริหาร รอยัล ภูเก็ต มารีน่า มหาเศรษฐีชาวอังกฤษชื่อดัง ผู้ก่อตั้งและพัฒนาโครงการ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คอนโดมีเนียมหรู ศูนย์จัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานให้เช่า ร้านค้าร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งเปิดดำเนินการเมื่อปี 2548 บนเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ด้วยทุนทรัพย์กว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งอยู่บริเวณบ้านเกาะแก้ว ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ประกาศแต่งตั้งให้ เจแอลแอล โฮเทลส์ แอนด์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเครือบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เจแอลแอล ทำหน้าที่ประกาศขายโครงการดังกล่าวเพื่อหานักลงทุน

 

ประกาศขาย“รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”

 

               โดยนายกูลู ลาวานี กล่าวถึงการตัดสินใจประกาศขายโครงการดังกล่าว สั้นๆ ว่า เพื่อต้องการมีเวลาให้กับครอบครัวและการล่องเรือมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต เพราะ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า มีจุดเริ่มต้นจากความรักในการท่องทะเลของผมเอง และได้ดำเนินธุรกิจมากว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เติบโต ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในภูมิภาค และยังคงมีศักยภาพพัฒนาได้อีกมาก จึงได้มองหานักลงทุนผู้ที่จะพา รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างที่ตั้งใจไว้ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีนักลงทุนหรือผู้ซื้อเข้ามา แต่ธุรกิจทุกอย่างภายใน รอยัล ภูเก็ต มารีน่า จะยังคงดำเนินการเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมงาน ลูกบ้าน ลูกค้า โดยการเปิดขายครั้งนี้ เราทำงานร่วมกับบริษัทสถาปนิกชั้้นนำร่างมาสเตอร์แพลนแสดงถึงมูลค่าและความคุ้มค่าในการลงทุน ข้อดีต่อนักลงทุนที่จะทำให้ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกต่อไป

 

ประกาศขาย“รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับพื้นที่ทั้งหมดของโครงการซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 200 ไร่ ขณะนี้มีการพัฒนาไปเพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ประกอบด้วย ท่าจอดเรือ ซึ่งเป็นท่าจอดเรือแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัล 5 Gold Anchor marina จากสมาคมท่าจอดเรือยอร์ช ของประเทศอังกฤษ โดยมีที่จอดเรือบนผืนน้ำ 120 ลำ และบนบกอีก 50 ลำ และสามารถรองรับเรือยอร์ชที่มีขนาดตั้งแต่ 10 - 35 เมตร และมีทราเวลลิฟต์ยกเรือขนาด 50 ตัน และจิ๊บเครนขนาด 2 ตัน (ยกเรือขนาดเล็ก) รวมถึง Dry Stack ที่จอดเรือมอเตอร์ยอร์ชในรูปแบบคอนโดมิเนียมด้วย

               ส่วนของโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียมและวิลล่า ประกอบด้วย รอยัล วิลล่า เป็นวิลล่าหรู มีทั้งหมด 6 หลัง โดยแต่ละหลังมีท่าจอดเรือส่วนตัว ส่วนของคอนโดมิเนียม ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมและเพนท์เฮ้าส์ รวม 66 ยูนิต , อะความิเนียม คอนโดมิเนียม (Aquaminium condominiums) แห่งแรกของโลก ซึ่งเป็น วอเทอร์ ฟร้อนท์ เรสซิเด้นซ์ จำนวน 15 ยูนิต มีที่จอดเรือส่วนตัว และยังมี วอเทอร์ ฟร้อนท์ ลักซ์ชูรี วิลล่า จำนวน 6 หลัง ตั้งอยู่ริมท่าจอดเรืออีกด้วย โดยวิลล่า 5 หลัง สามารถจอดเรือขนาด 23 เมตร และวิลล่าอีก 1 หลัง มีที่จอดเรือขนาด 70 เมตร

 

ประกาศขาย“รอยัล ภูเก็ต มารีน่า”

 

               นอกจากนั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ให้เช่าทำออฟฟิศสำนักงานพร้อมให้บริการที่จอดรถใต้ดิน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานกว่า 27 บริษัท , ศูนย์จัดประชุมและสัมมนามีพื้นที่สำหรับจัดงานในร่มขนาด 2,500 ตารางเมตร และด้านนอกกว่า 1,000 ตารางเมตร , ร้านค้าและร้านอาหารที่มีคอนเซ็ปต์โดดเด่น ตั้งอยู่รายล้อมบริเวณริมทางเดินท่าจอดเรือ , ฟิตเนส RPM Health Club ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับสมาชิกเท่านั้น มีบริการเทรนเนอร์แบบส่วนตัวหรือเป็นกลุ่ม รวมถึงสนามเทนนิสมาตรฐาน , สโมสรเด็กเล่น Kids Mania at RPM ประกอบด้วยพื้นที่เด็กเล่น เครื่องปีนป่าย จังเกิลยิม เครื่องเล่นสไลเดอร์ ซุ้มบอล และชิงช้า เหมาะสำหรับเด็กเล็กจนถึงอายุ 8 ขวบ โดยมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

               มีรายงานด้วยว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2558 นายกูลู ลาวานี ได้ประกาศแผนธุรกิจ 5 ปี ด้วยการลงทุน 5 พันล้านบาท ภายใต้แคมเปญ #DestinationRPM เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจ ประกอบด้วยโรงแรมคอนเซ็ปต์เด่น 2 แห่ง จำนวน 600 ห้อง , คอนโดมิเนียมหรูแบบโลว์ไรส์ จำนวน 160 ยูนิต , เพิ่มพื้นที่จอดเรือ และชิลเดรน โซน ตั้งเป้าพัฒนา รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์เพื่อคนที่อยู่ในภูเก็ตและผู้มาเยือน ตลอดจนเป็นสุดยอด “ไลฟ์สไตล์ วอเทอร์ ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ของเอเชีย