
น้ำท่วมเวียงจันทน์ถนนทุกสายเจิ่งนองกว่าทุกครั้ง
น้ำท่วมเวียงจันทน์ถนนทุกสายเจิ่งนองสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา ขณะที่น้ำป่าอุทยานฯทับลานแรงตัดถนนข้ามระหว่างหมู่บ้านกว้าง 20 เมตร
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ก.ค.2559 ฝนถล่มนครหลวงเวียงจันทน์ นานเกือบชั่วโมง ส่งผลให้ถนนทุกสายเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ซี่งครั้งนี้ มีน้ำท่วมขังสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา ด้านหนึ่งสาเหตุที่น้ำระบายช้า เพราะมีการถมที่ดิน ลำรางสาธารณะ เพื่อสร้างตึกสูง และสร้างหมู่บ้าน
น้ำป่าอุทยานฯทับลานแรงตัดถนนข้ามระหว่างหมู่บ้านกว้าง 20 เมตร
เมื่อเวลา18.00น. ร.ท.ชัยณรงค์ โยธารส ผบ.มว.รส. ที่2 (ร.2 พัน3 รอ.) พร้อมนายสมศักดิ์ เอี่ยมพานิชกุล ปลัดอำเภอนาดีจ.ปราจีนบุรี และ นายสมชาย จิตสายชลธารา กำนันตำบลแก่งดินสอ อ.นาดีจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่บริเวณถนนถูกความแรงกระแสน้ำตัดขาดระหว่างบ้านแก่งใหญ่หมู่ที่12 และ บ้านแก่งหินเทินหมู่ที่8 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีขนาดความกว้างประมาณกว่า 20เมตร เป็นถนนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรไปมาเป็นการชั่วคราว
ร.ท.ชัยณรงค์ กล่าวว่า “หลังจากที่เมื่อวานฝนตกต่อเนื่อง ถนนเส้นดังกล่าวได้ถูกแรงกระแสน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลานไหลลงสู่เขื่อนห้วยโสมงตัดขาดนั้น ในวันนี้ได้ลงพื้นที่ สำรวจความเสียหายอีกครั้ง เพื่อรายงานเหตุการณ์เข้ากองบก. แต่ในเบื้องต้นได้ประสานยังหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่แล้ว ส่วนทางราชการทหารจะให้หน่วยทหารกองช่างลงมาดูอีกครั้งในการเตรียมเครื่องมือหนัก เพื่อการซ่อมแซม” ร.ท.ชัยณรงค์ กล่าว
ขณะที่นายสมศักดิ์ ปลัดอำเภอนาดี ได้แจ้งทาง องค์การบริหารส่วนตำบลแก่งดินสอ (อบต. ) และผู้ประกอบการการก่อสร้างมาดู เพื่อช่วยกันแก้ไขให้กับชาวบ้านเป็นการเร่งด่วนให้สัญจรได้สะดวก
นายสุรชัย จิระสุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้าง 7 กล่าวว่า “ปัญหานี้เป็นมาประจำทุกปี เนื่องจากถนนช่วงดังกล่าวสร้างขึ้นชั่วคราวทับลำคลองห้วยสโมงเดิม อันเป็นทางเดินของน้ำตามปกติ ส่วนปีนี้ ฝนตกติดต่อกันหลายวัน น้ำเริ่มมาเร็ว ประกอบกันกับฝนที่ตกทุกวันทำให้ประตูน้ำที่กำลังสร้างนั้นยังไม่เสร็จน้ำจึงไหลลงมา ทำให้ถนนขาดดังกล่าว
แต่ด้านความเป็นจริง ถนนเส้นนี้ไม่ได้เป็นถนนเส้นหลัก เป็นถนนที่ทำขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านจากแก่งหินเทินข้ามไปจับจ่ายสินค้าที่บ้านแก่งใหญ่เท่านั้น ในบริเวณตลาดนัดของชาวบ้าน เมื่อน้ำลดทางโครงการก็ประสานผู้รับเหมาทำการซ่อมแซมให้ดังเดิมทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน รอน้ำลดอีกหน่อยก็จะเริ่มซ่อมแซมให้ แต่หลังเดือนสิงหาคมไปแล้วเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเราเริ่มกักเก็บน้ำของเขื่อนห้วยสโมงแล้ว” นายสุรชัยกล่าวและว่า
ขณะนี้ทางโครงการเขื่อนห้วยสโมง ได้หยุดการก่อสร้างมาหลายวันแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การบดอัดดินเครื่องจักรไม่สามารถทำได้ คาดอีกประมาณ 2สัปดาห์เริ่มดำเนินงานต่อได้
“ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างนั้นรุดหน้าไป 87% เหลือการถมดินเพียง 50,000 ลบ/ม.เท่านั้น อย่างไรก็ตามในเดือนสิงหาคม 2559 นี้ เราได้เริ่มกักเก็บน้ำอย่างแน่นอน และได้กำหนดพิธีปิดเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำในเดือนกันยายนตามแผนงานที่กรมชลฯวางไว้” นายสุรชัยกล่าวในที่สุด



