
เปิดกลยุทธ์ฉวยจังหวะลงทุน “ทอง”
“โกลเบล็ก-วายแอลจี” แนะกลยุทธ์การลงทุนทองคำ มองแรงซื้อยังมีต่อเนื่อง แนะรอโอกาสขายทำกำไรตามเป้าหมาย หากราคาร่วงฉวยจังหวะสะสมได้
บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด มองแนวโน้มการลงทุนในทองคำ ว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความสนใจต่อเนื่องหลังจากเหตุการณ์การลงประชามติของอังกฤษที่ผลออกมาว่าจะออกจากสหภาพยุโรป ทำให้ความกังวลถึงเศรษฐกิจโลกที่จะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งอาจมีประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปมีแนวคิดที่จะออกจากการเป็นสมาชิกอีกในอนาคต ส่งผลให้ตลาดเริ่มมั่นใจว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมใกล้ๆ นี้ หรืออาจจะถึงสิ้นปี 2016 จึงเกิดแรงซื้อทองคำ ดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินเยน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ราคายืนเหนือ 1,320 ดอลลาร์สหรัฐแนวรับสำคัญได้ ซึ่งหากได้สะสมทองคำมาหลังจากที่ยืนแนวรับดังกล่าวได้ แนะนำให้รอเป้าหมายรายปีที่ 1,390-1,395 เหรียญต่อไปเพื่อขายทำกำไร ส่วนระยะยาว ยังแนะนำให้สะสมทองคำแท่งราคาต่ำกว่า 1,200 เหรียญได้ โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกยังคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำหรือดอกเบี้ยติดลบ และความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะมีมากขึ้น โดยเป้าหมายภายในปีนี้ปรับขึ้นไปอยู่บริเวณ 1,390 เหรียญ (ในกรณียืนเหนือ 1,320 เหรียญได้)
ขณะที่บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีมุมมองว่า ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐอาจมากพอที่จะรับมือกับผลกระทบจากการลงมติของอังกฤษที่ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit เมื่อการจ้างงานในสหรัฐฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรทองคำสลับออกมา อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงยังคงเห็นแรงช้อนซื้อเก็งกำไรเข้ามาพยุงราคาทองคำไว้ โดยข้อมูลจากลิปเปอร์ ของ ธอมสัน รอยเตอร์ระบุว่า นักลงทุนนำเงินลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในโลหะมีค่าในสหรัฐมากที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยเข้าซื้อกองทุนเหล่านี้คิดเป็นมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด
ประกอบกับทิศทางสกุลเงินหยวนร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งทำให้เกิดความวิตกว่าจะมีเม็ดเงินไหลออกจากจีนมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจจะสร้างความยุ่งยากให้แก่ความพยายามของรัฐบาลที่จะสร้างเสถียรภาพให้แก่เศรษฐกิจ ยังคงกระตุ้นแรงซื้อเข้ามายังตลาดทองคำ ถ้าหากข้อมูลการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของจีนออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ แนะนำให้ดูการสร้างฐานของราคาทองคำบริเวณแนวรับ 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถตั้งฐานได้อย่างแข็งแกร่งอาจมีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,369-1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำเคลื่อนไหวโดยทรงตัวเหนือระดับ 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้นานจนสามารถสร้างฐานราคาให้มั่นคงมีโอกาสเห็นการดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,369 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนสามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,347 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตัดขาดทุนหรือลดการถือครองทองคำลงหากราคาหลุดโซนดังกล่าว และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้าน นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้างเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,375 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยการลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์เพื่อควบคุมความเสี่ยง



