
บุกรุกป่าอื้อ!'ศรีวราห์'นำทีมทวงคืนภาคเหนือ
บุกรุกป่าอื้อ!'ศรีวราห์'นำทีมปิดล้อมตรวจค้น4จุดตามยุทธการทวงคืนผืนป่าภาคเหนือ
วันที่8 กรกฎาคม 2559 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อม ตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายที่มีการบุกรุกป่าใน อ.ฮอด และ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จำนวน 4 จุด ประกอบด้วย 1. วัดบ้านขุน เลขที่ 129 ม.3 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีเนื้อที่รวม 72 ไร่ โดยมีการบุกรุกพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ลาย จำนวน 32 ไร่ และพบสิ่งก่อสร้าง เป็น อาคาร 18 หลัง จุดที่ 2.วัดพระธาตุกองลอย เลขที่ 256 ม.4 ต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีเนื้อที่รวม 6 ไร่ โดยมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ลาย จำนวน 2 ไร่ และพบสิ่งก่อสร้างอาคาร 6 หลัง ถังน้ำแสตนเลส พระพุทธรูป 5 องค์ จุดที่
จุดที่ 3. วัดแม่ลายเตียนอาง เลขที่ 222 ม.10 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ มีเนื้อที่รวม 29 ไร่ โดยเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่มและแม่ตื่นทั้งหมด จำนวน 2 แปลง แปลงที่ 1 บุกรุกพื้นที่ 9 ไร่ และพบอาคารสิ่งปลูกสร้าง 12 หลัง แปลงที่ 2 บุกรุกพื้นที่ 20-0-28 ไร่ และพบอาคารสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง และจุดที่ 4. ศูนย์อบรมเยาวชนวัดดอยโมคคัลลานะ เลขที่ 176 ม.1 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีเนื้อที่รวม 19 โดยมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าจอมทอง จำนวน 14 ไร่ อาคารหอฉัน 1 หลัง อาคารอบรมและปฏิบัติธรรม 1 หลัง อาคารห้องน้ำรวม 1 หลัง อาคารกุฏิ สงฆ์ 2 หลัง ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.54, “ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 และ “เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า การปิดล้อมตรวจค้นดังกล่าว สืบเนื่องจากการสืบสวน หาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่าในพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้เข้าดำเนินการสืบสวน สอบสวน จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด 16 มูลฐานความผิด



