ข่าว

เพิกถอน13บริษัทท่องเที่ยวต่างด้าว

เพิกถอน13บริษัทท่องเที่ยวต่างด้าว

07 ก.ค. 2559

กรมพัฒน์ฯ สั่งเพิกถอน 13 บริษัทท่องเที่ยว ส่งดำเนินคดีทำผิดกฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว และจ่อถอนทะเบียนร้างอีก 1 บริษัท พร้อมตรวจเชิงลึก 3 บริษัทเข้าข่ายกระทำผิด


               นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากการที่กรมฯ ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี ของจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งพบการกระทำผิดโดยบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทย (ต่างด้าว) จำนวน 2 คน คือ นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล ที่ได้ร่วมกันแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ดำเนินการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้โดยมิชอบ หรือมีการใช้บัตรประชาชนปลอม

               ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางทะเบียนบริษัท พบว่า บุคคลทั้ง 2 ราย มีความเชื่อมโยงกับ 14 บริษัทที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ได้สั่งเพิกถอน 13 บริษัท ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2559 และมีผลให้สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคล โดยไม่สามารถประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้อีก ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 2559 และได้ส่งดำเนินคดีในกรณีที่ผิดกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตแล้ว โดยจะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

               สำหรับ 13 บริษัทประกอบด้วย 1. บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด, 2. บริษัท ราชา สปา จำกัด, 3. บริษัท ไท่ลี่ อิมพอร์ต จำกัด, 4. บริษัท ภูเก็ต บลู เฮเว่น ไดฟ์วิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 5. บริษัทเหมยลี จำกัด, 6. บริษัท หยางกวง จำกัด, 7. บริษัท ที.แอล.เบทเตอร์เวย์ จำกัด, 8. บริษัท บลู เวฟ รีสอร์ท จำกัด, 9. บริษัท อินทรี มารีน จำกัด, 10. บริษัท ภูเก็ต ปิง เฟรนด์ จำกัด, 11. บริษัท แมนตา มารีน จำกัด, 12. บริษัท เวนิส ซีวิว จำกัด และ 13. บริษัท บลู เบย์ รีสอร์ท จำกัด

               ขณะที่มีอีก 1 บริษัทที่มีความเชื่อมโยง คือ บริษัท สบันงา สปา จำกัด โดยพบหลักฐานปรากฏว่ามีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ที่เดียวกับกลุ่มบริษัทดังกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทไม่ได้ส่งงบการเงินเกินกว่า 3 ปี เข้าข่ายที่จะดำเนินการถอนทะเบียนร้างได้ แต่สรรพากรจังหวัดภูเก็ตได้ขอระงับการถอนทะเบียนร้างไว้ซึ่งกรมฯ จะได้ประสานกับสรรพากรให้ถอนระงับเพื่อจะได้ดำเนินการถอนทะเบียนร้างได้ต่อไป

               “บุคคลทั้ง 2 รายนั้น กรมฯ ได้ระงับการจดทะเบียน (การแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูล) ของนิติบุคคลข้างต้นระงับการออกหนังสือรับรองและสำเนาเอกสาร พร้อมดำเนินการแจ้งความเท็จและเรียกตรวจสอบบัญชีธุรกิจ ประกอบกับระบุหมายเหตุข้อควรทราบในหนังสือรับรองเกี่ยวกับการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยว การถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งข้อมูลเท็จ และการระงับการออกหนังสือรับรอง เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือประชาชนได้รับทราบและพึงระวังในการดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทดังกล่าว”

               ขณะเดียวกันทางกรมการท่องเที่ยว ยังได้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวของ 6 บริษัท คือ 1. บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด, 2. บริษัท ภูเก็ต บลู เฮเว่น ไดฟ์วิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด, 3. บริษัทเหมยลี จำกัด, 4. บริษัท หยางกวง จำกัด, 5. บริษัท อินทรี มารีน จำกัด และ 6. บริษัท ภูเก็ต ปิง เฟรนด์ จำกัด ส่วนทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เข้ายึดทรัพย์ในบริษัทที่เกี่ยวโยงกับบุคคลทั้ง 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จังหวัดภูเก็ต ได้จับกุมตัวนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้บัตรประชาชนที่ได้มาจากการแจ้งข้อมูลเท็จกับเจ้าพนักงาน สำหรับนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล อยู่ระหว่างหลบหนีการดำเนินคดี

               นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้มีการตรวจสอบบริษัทที่มีความเกี่ยวโยงกับบริษัท ทรานลี่ ทราเวิล อีก 3 บริษัท โดยมีที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ทำธุรกิจเกี่ยวกับบริการจองตั๋วเครื่องบิน การขนส่ง และแลกเงิน โดยจะตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวโยงกันหรือไม่ หากใช่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป