
กังวล“จ้างงาน”ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค
เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. 59 ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ต่ำสุดรอบ 25 เดือน มองอัตราว่างงานขยับสูงต่อเนื่อง 5 ปีติด แต่ยังไร้สัญญาณปลดคนงาน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2559 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และต่ำสุดในรอบ 25 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 71.6 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 72.6
ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือโอกาสในการหางานทำ โดยพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และต่ำสุดในรอบ 25 เดือนเช่นกัน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 เป็นต้นมา โดยดัชนีปรับตัวลดลงจากระดับ 67.7 สู่ระดับ 66.5 ซึ่งจากการสำรวจ ผู้บริโภคเห็นว่าโอกาสในการหางานทำโดยรวมอยู่ในระดับที่ดี ปานกลาง และแย่ 5.6% 55.4% และ 39.0% ตามลำดับ โดยผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะการจ้างงานโดยรวม และโอกาสในการหางานทำ
นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาตัวเลขอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ยังพบด้วยว่ามีตัวเลขที่สูงขึ้นต่อเนื่องมา 5 ปี โดยปี 2554 อยู่ที่ 0.679% ปี 2555 อยู่ที่ 0.657% ปี 2556 อยู่ที่ 0.72% ปี 2557 อยู่ที่ 0.836% ปี 2558 อยู่ที่ 0.883% และในปี 2559 ณ เดือนพฤษภาคม อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.2% ขณะที่ปี 2552 อัตราการวางงานอยู่ระดับ 1.489% และปี 2553 อยู่ที่ 0.041%
“อัตราการว่างงานมีภาพของการขยายตัวขึ้น หลังจากอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ต่อเนื่องมาหลายปี อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังมีความเข้มแข็งพอและยังไม่พบสัญญาณการเลิกจ้าง แต่ยอดการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นมาเกิดจากการไม่มีการจ้างงานใหม่ ทำให้คนว่างงานส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตจบใหม่” นายธนวรรธน์ กล่าวและว่า ส่วนกรณีโตโยต้า เปิดให้พนักงานกว่า 800 คนสมัครใจลาออกนั้น มองว่าเกิดจากผลประกอบการที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และคนงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่มีทักษะฝีมือสูง หากต้องปรับเพิ่มกำลังการผลิตก็ยังสามารถรับเพิ่มได้ไม่ยาก ซึ่งถือว่ายังเป็นสถานการณ์ไม่น่ากังวล



