
ระทึก!! “หมีควาย”ไล่กัดจนท.พิทักษ์ป่าเป็นแผลเหวอะ
สระแก้ว - “หมีควาย” ออกจากป่าปางสีดา อาละวาดชาวบ้านและไล่กัดจนท.พิทักษ์ป่าเป็นแผลเหวอะ
นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ได้เดินทางไปบ้านท่าช้างหมู่ 4 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เมื่อเย็นวานนี้ พร้อมด้วยหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน อ.วัฒนานคร และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา เพื่อไปไล่จับหมีควายคืนสู่ป่า หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบหมีป่าและรอยเท้าหมีขนาดใหญ่่ใกล้หมู่บ้านเมื่อเดือนที่แล้ว
โดยอุทยานแห่งชาติปางสีดาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูพื้นที่ปรากฏว่ามีรอยเท้าหมีจริง จากนั้นได้ประสานชาวบ้านช่วยกันสังเกตร่องรอยและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับนำกรงขนาดใหญ่ใส่เหยื่อไปวางดักตามเส้นทางที่คาดว่าหมีป่าจะผ่าน แต่ก็ไม่เป็นผล กระทั่งนำทีมงานจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญและศูนย์พักพิงสัตว์ป่าภาคกลางนครนายกเข้ามาพื้นที่ และวางแผนเข้าค้นหาหมีควายที่หลบอยู่ในป่าละเมาะข้างลำห้วย
ซึ่งตำรวจอาสา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่แยกเดินค้นหาและใช้ไม้ยูคาแหย่เข้าไปในป่าทึบริมห้วย ปรากฏว่าไปโดนหมีควายใช้มือจับและใช้ฟันกัดไม้ ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกมาหาเจ้าหน้าที่ล้มระเนระนาด ก่อนตั้งหลักและวิ่งหนีไปคนละทาง แต่หมีควายได้กัดที่ขาซ้ายของนายกันญา สวัสดีราภา อายุ 30 ปี พนักงานพิทักษ์ป่าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนเป็นแผลเหวอะ เลือดไหลเป็นแผลฉกรรจ์ และหมียังเงื้อมือเตรียมตะปบนายกันญาแต่เจ้าหน้าที่ปางสีดาได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหนึ่งนัด ทำให้หมีตกใจวิ่งหนีไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยิงปืนลูกดอกยาสลบติดที่คอ 1 ลูก และนำนายกันญา สวัสดีราภา ส่งโรงพยาบาลวัฒนานครในเวลาต่อมา
หมอล็อต กล่าวต่อว่า จากนั้นทีมงานได้ช่วยกันค้นหาหมีป่าที่วิ่งหนีเข้าป่าริมห้วย กระทั่งเจอตัวในท่าทีสลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยาสลบ เจ้าหน้าที่ได้ยิงยาสลบอีกดอกและช่วยกันขนย้ายออกมาเข้ากรงเหล็ก ก่อนส่งไปพักฟื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนสักระยะหนึ่ง ซึ่งหมีที่จับได้เป็นเพศเมียจากการตรวจสอบไม่ใช่หมีแม่ลูกอ่อนตามที่คาด บริเวณที่พบหมีอยู่ห่างจากแนวป่าปางสีดา 4 กม.ใกล้หมู่บ้านท่าช้าง เป็นป่าทึบริมห้วย การทำงานได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูล ทำให้วางแผนได้อย่างดี และถือว่าโชคดีที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครทำร้ายหมี เมื่อจับหมีได้ก็ทำให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัย ใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิม
“ช่วงนี้หมี่จะกลับคืนสู่ป่า หลังหนีออกมาช่วงหน้าแล้ง เลาะมาเรื่อย ได้กินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน โดยเฉพาะอ้อย แต่บางตัวหลบซ่อน แล้วกลับป่าไม่ถูก เราจึงมีหน้าที่พาเขากลับบ้าน อีกสาเหตุหนึ่งก็คาดว่าเกิดจากการที่คนเข้าไปรบกวนในป่า ไม่ว่าจะเป็นเข้าไปหาของป่า ล่าสัตว์ ตัดไม้ เป็นการกระตุ้นให้สัตว์ออกนอกพื้นที่”
ด้านนายสวรรค์ เหนือเกาะหวาย ตำรวจอาสา เล่าให้ฟังว่า เป็นคนตัดไม้ยูคาแล้วแหย่ไปในพุ่มไม้ รู้สึกว่ามันดิ้นแล้วกัดที่ปลายไม้ พอแหย่ครั้งที่สองมันพุ่งหลาวออกมา ต่างคนต่างล้ม ก่อน่จะพุ่งเข้ากัดเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเตรียมตะปบ ดีที่เจ้าหน้าที่อีกคนยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ไว้ทัน หมีเลยวิ่งหนีไปอีกทาง หมีตัวนี้จากที่ฟังจากชาวบ้านทราบว่าเข้ามาเป็นเดือนแล้วแต่ไม่มีใครเห็นตัว กระทั่งแจ้งเจ้าหน้าทีปางสีดาเข้ามาจับ ชาวบ้านดีใจ โดยเฉพาะเจ้าของไร่อ้อยที่หมีเข้ามาอยู่เป็นอาทิตย์และถูกหมีนำอ้อยมากินไปพอสมควร ไม่กล้าเข้าไปใส่ปุ๋ย หลังจากนี้ก็ไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป



