ข่าว

อย่างไรคือฎีการ้องทุกข์อย่างไรคือฎีกาการเมือง

อย่างไรคือฎีการ้องทุกข์อย่างไรคือฎีกาการเมือง

06 ส.ค. 2552

จดหมายเปิดผนึกของคณาจารย์จุฬาฯ ที่มีการลงชื่อกันหลายร้อยคนอาจจะถึงพันคนจนถึงขณะนี้ วิเคราะห์อธิบายรายละเอียดของฎีกาที่คนเสื้อแดงกำลังล่าลายเซ็นเพื่อจะถวายฎีกาช่วย ทักษิณ ชินวัตร สรุปชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประเพณีที่มีมาช้านาน ทั้งยังมีปัญหาความชอบ

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ หัวข้อพูดไว้ชัดเจน ว่าฎีกาตามกฎหมายและประเพณี กับ ฎีกาการเมืองอันตรายและส่งผลกระทบ

 ข้อสรุปของการวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบด้านนี้ บอกตอนหนึ่งว่าฎีกาที่กำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้ได้นับล้านนี้ ไม่ใช่ทั้งฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ไม่ใช่ฎีการ้องทุกข์ แต่เป็นฎีกาทางการเมืองที่หวังผลการเมืองโดยชัดแจ้ง โดยอาศัยกระแสมวลชนตามที่ชินกับการดำเนินการ ในทางการเมืองอื่นมาผลักดันหรือกดดันผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยไม่สมควร

 อีกประโยคหนึ่งในจดหมายเปิดผนึกนี้บอกว่า การโฆษณารวบรวมรายชื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้ลงชื่อในฎีกาได้นับล้านคน เป็นกระบวนการสร้างกระแสกดดันพระมหากษัตริย์โดยตรง

 และบทวิเคราะห์บอกต่อว่าเป้าหมายของฎีกานี้ มีขึ้นเพื่อให้กระทบความเคารพศรัทธาที่ประชาชนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรง กล่าวคือหากมีพระบรมราชวินิจฉัยยกฎีกาหรือไม่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยประการใด ผู้เป็นแกนนำก็คงทราบดีว่าจะสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับประชาชนจำนวนมากที่เข้าชื่อ อันเป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาในการต่อสู้ทางการเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนตนและส่วนพรรค

 ฉะนั้น ข้อสรุปของจดหมายเปิดผนึกของคณาจารย์จุฬาฯ จึงเสนอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมีหน้าที่ ซึ่งคิดว่าถูกต้องชัดเจนและควรอย่างยิ่งที่คนที่เกี่ยวข้องจะต้องทำตามข้อเสนอนี้ เพื่อระงับความขัดแย้ง และเพื่อให้ประเทศชาติสามารถลุกขึ้นเดินต่อได้

 ข้อสรุปของจดหมายเปิดผนึกบอกว่า ด้วยเหตุดังได้ศึกษาและวิเคราะห์โดยถี่ถ้วนคณาจารย์ นักวิชาการ และบุคคลผู้มีรายนามนี้ ขอเรียกร้องบุคคลและองค์กรต่างๆ ดังนี้  

 ข้อที่ 1.ขอให้คุณทักษิณ ชินวัตร ปฏิบัติตามคำสัตย์ปฏิฎิญาณที่เคยถวายต่อพระมหากษัตริย์ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายประเพณีและระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง ด้วยการขอให้กลุ่มผู้นำการเมืองซึ่งสนับสนุนตนที่ดำเนินการโฆษณาล่ารายชื่ออยู่นี้หยุดยั้งกระทำการผิดกฎหมายประเพณีและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการฎีกาเสีย

 2.ขอให้ผู้นำการเมืองยุติการกระทำที่มิได้เป็นไปตามกฎหมายประเพณีและระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง และยุติการกระพือความขัดแย้งแบ่งฝ่ายที่กำลังทำอยู่

 3.ขอให้ประชาชนผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาที่มิได้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องของกฎหมายประเพณีและระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการถวายฎีกา

 4.ขอให้สภามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย นักวิชาการที่เป็นผู้นำความคิดและปัญญาในสังคม เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อสารมวลชน นักธุรกิจ ประชาชนพิจารณาดำเนินการให้จดหมายเปิดผนึกนี้ไปสู่การพิจารณาของรัฐบาล ราชเลขาธิการและประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้การเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายประเพณีระเบียบตามที่ถูกที่ควร

 5.ขอให้รัฐบาลปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญด้วยการกลั่นกรองเรื่องฎีกาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินนี้ให้รอบคอบ และให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

 และข้อ 6.ข้อสุดท้าย จดหมายเปิดผนึกนี้เรียกร้องให้สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งมีอำนาจในการกลั่นกรองเรื่องฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายใช้อำนาจตามกฎหมายและประเพณีที่มีอยู่พิจารณาฎีกาดังกล่าวให้รอบคอบก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ 

 ชัดแจ้งว่าการวิเคราะห์อธิบายความกฎหมายประเพณีหลักปฏิบัติของจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่สามารถลงลึกและอธิบายรอบด้านกระจ่างแจ้ง ทุกฝ่ายควรจะอ่านและควรจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาการเผิชญหน้า

 เพราะนี้คือข้อเท็จจริง นี่คือการวิเคราะห์หลักกฎหมายประเพณีระเบียบและการปฏิบัติอย่างกว้างขวาง และละเอียดลออเป็นครั้งแรกที่สาธารณชนได้รับทราบ ทำให้คนทั่วไปฉลาดขึ้น ทำให้ประชานสามารถจะตัดสินใจด้วยตนเองว่า อะไรคืออะไรกันแน่ และทำให้วิจารณญาณต่อประเด็นปัญหาเรื่องฎีกานี้กระจ่างชัดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

สุทธิชัย หยุ่น