
ทำไม ?? "ผู้ต้องโทษ" ออกจากคุกเร็ว
โทษหนัก !!! ออกจากคุกเร็ว ทำไม ?
ทุกครั้งที่เกิดอาชญากรรมสำคัญขึ้นในบ้านเมือง และต่อมามีการจับตัว“คนร้าย” ได้ และนำตัวมารับโทษตามกฎหมายของบ้านเมือง แต่ก็มักได้ยินเสียง “บ่น” ของผู้คนในสังคมว่า "อีกไม่นานก็ออกจากคุกมาก่อเหตุอีก” ทำนองว่า โทษเบาเกินไป ทำให้คนไม่หวาดกลัวต่อโทษทัณฑ์ของบ้านเมือง อีกทั้งยังมีการทำผิดซ้ำของอาชญากรโดยสันดานให้เห็นอยู่บ่อยๆ
อย่างไรก็ตามในมุมมองของ“ราชทัณฑ์” เชื่อกันว่าโทษจำคุกที่สร้างความหลาบจำให้กับผู้ต้องขัง คือ การจำคุก5ปีแรกเท่านั้น แต่เมื่อผ่าน 5 ปี แรกไปแล้ว “ผู้ต้องขัง” จะชาชิน ดังนั้น มาตรการ“พักการลงโทษ” ตลอดจนการปล่อยก่อนกำหนดในวโรกาสต่างๆจะเป็นส่วนหนึ่งของการให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม ให้คนกลับตัวเป็นพลเมืองดีของสังคมได้
นั่น.. ก็เป็นมุมมองที่ต่างกันซึ่งต้องถกเถียงกันต่อไป
แต่ “คำตอบ” ของ“หัวข้อ” ที่ตั้งไว้ ว่า “ทำไม.. ผู้ต้องโทษ จึงออกจากคุกเร็ว” ก็คือ มี“หลายช่องทาง” ที่ทำให้ “ผู้ต้องขัง ” พ้นคุกออกมา ดังนี้
1.พยายามเลื่อนชั้นให้เร็ว
ผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้ว จะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกมากหรือน้อยตาม “ชั้น”ของผู้ต้องขัง ดังนี้
· ชั้นเยี่ยม ได้ลดโทษ เดือนละ 5 วัน
· ชั้นดีมาก ได้ลดโทษ เดือนละ 4 วัน
· ชั้นดี ได้ลดโทษ เดือนละ 3 วัน
เรือนจำจะแบ่งชั้นของผู้ต้องขังออกเป็นชั้นต่างๆ 6 ชั้น คือ ชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นเลว และชั้นเลวมาก ตอนแรกที่เข้าไปในเรือนจำ จะได้เป็นนักโทษ“ชั้นกลาง”
ดังนั้น ใครที่ต้องการได้รับการลดวันต้องโทษ ก็ต้องพยายามถีบตัว ให้ได้เลื่อนเป็น นักโทษชั้นดี ชั้นดีมาก หรือชั้นเยี่ยม เช่น การทำตัวให้ดี ประพฤติปฏิบัติตามระเบียบของเรือนจำ ไม่แหกกฎ, ตั้งใจฝึกวิชาชีพหรือ เรียนหนังสือในเรือนจำ เป็นต้น
2 .การขอพักการลงโทษ
เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้ต้องขังออกจากเรือนจำได้เร็วกว่ากำหนด โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
-ต้องจำคุกมาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของโทษที่กำหนด
-ถ้าเป็นคดีจำคุกตลอดชีวิต ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
การ“พักโทษ ”จะได้รับการยกเว้นการจำคุกในเรือนจำ แต่จะสามารถออกไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในช่วงระยะเวลาของโทษที่เหลือได้แต่การใช้ชีวิตกับครอบครัวดังกล่าวทางกรมราชทัณฑ์ก็จะคอยควบคุมความประพฤติ หากพบว่าทำความผิดซ้ำอีกก็จะควบคุมตัวมารับโทษต่อไป
3.ทูลเกล้าขอพระราชทานอภัยโทษ
ผู้ต้องขังสามารถยื่นทูลเกล้าขอพระทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล และยังมีโอกาสได้รับการอภัยโทษเป็นการทั่วไป จากการที่รัฐบาลออกเป็นพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งจะดำเนินการในโอกาสสำคัญของบ้านเมือง
4. อาสาสมัครออกทำงานสาธารณะ
ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี และมีโทษจำคุกเหลือไม่มาก อาจได้รับการพิจารณาให้ออกมาทำงานสาธารณะนอกเรือนจำ เช่น การขุดลอกคูคลอง ท่อระบายน้ำ ซึ่งนอกจากจะได้รับเงินปันผลสูงถึง 80 % ของกำไรสุทธิจากรับจ้างงานสาธารณะแล้ว ผู้ต้องขังยังได้รับการลดโทษ เป็นจำนวนวันเท่ากับจำนวนวันที่ออกทำงานสาธารณะอีกด้วย



